งาน The Winner ครั้งที่ 40

0

Posted by admin | Posted in กิจกรรม aimstar | Posted on 16-06-2010

โทษทีครับที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มา update เรื่องราวเลย พอดีติดช่วยทีมและทำเนื้องานส่วนตัวมากๆ เลย ^^ ผ่านไปผ่านมาจะครบอีก 1 เดือนแล่ะที่ the winner จะจัด เลยนึกได้ว่ารอบที่ผ่านมารอบที่ 40 ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเลย = = แง้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วอยากให้เพื่อนๆ บางคนที่พลาดไปงานหรือไปงานแล้วไม่ได้เข้าไปในงานได้พอรับทราบรายละเอียดดูครับ ^^

งาน the winner ครั้งที่ 40 เนี่ยต้องเรียกได้ว่าสร้างความแปลกใหม่ให้กับผมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมหาบัตรให้ทีมไม่พอครับ เรียกว่ามาถึงหน้างานต้องถือป้ายว่าต้องการบัตรเลย =..= เชื่อป่าวครับจนบ่ายก็ยังมีเพื่อนๆ บางส่วนที่ผมเห็น ยังไม่มีโอกาสเข้างานเลย สุดยอดจริงๆ aimstar เราเติบโตไวมากๆ

งานนี้พิเศษสำหรับ clover group มากเพราะน้องทอมจะเอาเชคจำนวน 1,000,000 บาทมอบให้คุณพ่อ เนื่องจากวันที่ 15 มิ.ย. 53 ก็จะครบรอบ 3 ปีที่ทอมทำ aimstar มา น้องเค้าเป็นคนที่มีความกตัญญูมากๆ เลย น่ายกเป็นแบบอย่างมากๆ ครับ ^^

งาน the winner ครั้งนี้ คุณหมอพนินทร์ได้พูดถึงคำว่า ชีวิตก็มีจังหวะ ครับ

  • เราต้องการอะไรในชีวิต
  • เราเคยวางแผนชีวิตเราหรือไม่
  • แล้วเราเคยนั่งคิดถึงคำว่า “เป้าหมายชีวิต” ของเราหรือไม่

คำตอบของเราหลายๆ คนคงคล้ายๆ กันครับว่า เป้าหมายเราก็คือ อยากได้ “ความสำเร็จ” ในชีวิต และสามารถส่งความสำเร็จของเราไปสู่คนรอบข้างได้ แล้วอะไรหละครับคุณหมอบอกว่า อะไรเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จนั้นๆ และสิ่งที่สำคัญมากๆ ต่อการเริ่มต้นของความสำเร็จคือคำว่า “แรงกระตุ้น”

คุณหมอได้ยกตัวอย่างแรงกระตุ้นพื้นฐาน 8 ประการ ที่จะทำให้ตัวเราตัดสินใจบางสิ่งบางอย่าง

  1. การเอาตัวรอด
  2. แรงปรารถนาปฏิสัมพันธ์ทางเพศ
  3. แรงปรารถนาแห่งการมีชื่อเสียงและอำนาจ
  4. ความรัก
  5. แรงปรารถนาชีวิตหลังความตาย
  6. อยากล้างแค้น (ส่วนใหญ่มีจิตใจหยาบกระด้าง)
  7. ความถือดี + อีโก้
  8. แรงปรารถนาในการเงิน

ถ้าเราไม่หลอกตัวเอง แรงกระตุ้นอันไหนครับที่เราเองต้องการอันดับแรกและจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น สำหรับผมเหรอครับน่าจะเป็นอันสุดท้าย หลายคนอาจจะบอกว่าเอ ผมเองบูชาเงิน แต่ถ้าเรายอมรับความจริง บางทีเงินก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่ หรือคนรอบข้างมีความสุข และหมดห่วงเราได้ใช่หรือป่าวครับ

คุณหมอบอกว่าคนที่ไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักหมกมุ่นกับแรงกระตุ้นหลายๆ อย่างแต่ก็ขอจะเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคย พวกเขาไม่ได้เปลี่ยนชีวิตแบบจริงจัง เพราะไม่ต้องการทิ้งบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเองชื่นชอบไป ซึ่งบางทีมันก็หมายถึง “การงานที่มั่นคง”

คุณหมอบอกว่า อยากให้ลองคิดดูว่า ความปรารถนาที่ลึกที่สุดที่ต้องการคืออะไร “ชีวิต” กับ “ความฝัน” และ “ความเชื่อ”

สิ่งที่มีอิทธิพลต่อความฝัน ที่จะสามารถทำให้ความฝันเราเป็นจริงขึ้นมาได้ ก็คือสิ่งที่หลายๆ คนเรียกว่า “เครื่องมือ” หรือ “Tools” นั้นเอง ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ ที่บ้านผมก็ปลูกฝังมาว่าขยันๆ ทำงานแล้วลูกจะสบายเอง =..= เพื่อนๆ เคยเห็นคนขยันๆ แต่ยังไม่สบายป่าวครับ ทำงานมา 10 ปีแล่ะ ยังไม่สบายสักที ผมกลับมาคิดๆ ดู ตรูนี่แล่ะ คนที่คำขยันแต่ยังไม่สบาย ผมเลยมาคิดๆ ดู เอหรือว่าผมเลือกเครื่องมือผิด วันนี้เหนื่อยผิดที่ 10 ปีก็ไม่สบาย เหนื่อยถูกที่ปีเดียวก็พลิกชีวิตได้

Aimstar เองก็เป็น 1 ในเครื่องมือแห่งการแบ่งปันโอกาสดีๆ ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงผู้คนได้ทั่วโลก ผมชอบมากๆ เลยครับ เพราะผมคิดว่าการให้ที่ดีที่สุด คือการให้ที่ส่งต่อไปได้โดยไม่รู้จบ ทำให้เป็นแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน คุณหมอเองได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจครับ

เดือน พ.ค. ที่ผ่านมามี Ruby star เกิดขึ้น หมายถึงผู้ที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทใน aimstar ถึง 31 รหัส แล้วถ้าพูดถึง Diamond Star ที่จะมีรายได้เกิน 300,000 บาทต่อเดือนหละ

  • ปี 2550 —> มี 1 รหัส
  • ปี 2551 —> มี 7 รหัส
  • ปี 2552 —> มี 10 รหัส
  • ม.ค. – พ.ค. ปี 2553 —> มี 40 รหัส =..= สุดยอดเลยมากกว่า ปี 2550 – 2552 รวมกันซะอีกครับ

คุณหมอยังได้แนะนำวิธีการเริ่มต้นธุรกิจแบบง่ายๆ ดังนี้ครับ

  • เริ่มต้นจากความคิดที่ดีและถูกต้อง เพราะธุรกิจ aimstar เป็นธุรกิจของการให้ครับ
  • มีมนุษยสัมพันธ์ดี จิตใจดี ซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่ตัว
  • ความคิดถูกต้องของการเป็นเจ้าของธุรกิจ
  • เปลี่ยนแปลงตัวเอง เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภายนอก
  • ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น + รู้จักการบริหารเวลา
  • เชื่อว่าทำได้ + อย่าพึ่งท้อ

 แถมยังได้พบนักธุรกิจ 2 ท่านที่ใช้เวลาแค่ 1 เดือนสามารถเป็น Ruby Star ได้ ผมบอกได้เลยว่าสุดยอดมากๆ ตอนแรกเหมือน 2 ท่านนี้ดูเงียบๆ แต่พอผมได้ฟังแล้วรู้สึกเลยว่ามีพลังมากๆ ไม่แปลกเลยครับที่เป็น Ruby Star ได้ เพราะ 2 ท่านนี้มีจิตใจของการให้มากๆ คิดถึงเป้าหมายทีมงานก่อน ช่วยให้ทีมงานทุกคนถึงเป้าหมายแล้วตัวเองก็ถึงเป้าหมายไปด้วย ^^ คนทำ aimstar เก่งๆ เยอะจังเลย

งานครั้งที่ 41 หวังว่าจะเจอเพื่อนๆ หลายๆ คนในงานนะครับ

 

 

ชี้แจงเรื่องการขายสินค้า

0

Posted by admin | Posted in บันทึกประจำวัน | Posted on 09-06-2010

พอดีช่วงนี้มีเพื่อนๆ หลายท่านอ่าน blog ผมแล้วโทรมาหาผมเกี่ยวกับสนใจผลิตภัณฑ์ตัวโน้นนี้เช่น เดอร์มารีน น้ำมันรำข้าว หรืออย่างอื่นๆ อยากจะลองซื้อไปรับประทานหรือใช้ดูว่าโอเคป่าว ซึ่งหลายๆ ท่านมักจะชอบถามผมว่าราคาเนี่ยขอซื้อในราคาสมาชิกได้หรือไม่ ผมคงต้องเรียนตามตรงว่า ไม่สามารถขายตัดราคาได้ หากเพื่อนๆ ที่โทรมาไม่ได้เป็นสมาชิก aimstar

หลายท่านบอกว่า สนใจผลิตภัณฑ์ แต่ไม่อยากเป็นสมาชิก ผมเลยอยากจะชี้แจงว่าการเป็นสมาชิก aimstar นั้นดียังไงแล้วได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้างจากการสมัคร ถึงแม้ท่านไม่ได้คิดจะเป็นนักธุรกิจ

  • ค่าสมัครสมาชิก หรือว่า Member ราคาเพียง 300 บาท สิ่งที่ได้มีอะไรบ้าง
  • ได้ส่วนลดในการซื้อสินค้า ซึ่งจริงๆ มันคือสิ่งที่เพื่อนๆ หลายคนอยากได้
  • ได้ PA ประกันชีวิตในวงเงิน 100,000 บาทในกรณีเสียชีวิตและพิการ
  • ได้นิตยสาร One world ทุกๆ 2 เดือน มีเนื้อหาที่ดีมากๆ
  • ได้แฟ้มใส่เอกสาร, Catalog, คู่มือนักธุรกิจ ซึ่งมาถึงจุดนนี้ผมว่า 300 บาท มันก็คุ้มไปแล้ว
  • แต่ที่สำคัญคือสินค้าที่สมาชิก aimstar ซื้อไปรับประกันความพึงพอใจ เพื่อนๆ สามารถนำมาคืนได้แล้วได้ Credit Voucher เพื่อแลกซื้อสินค้าตัวอื่นๆ หากใช้สินค้าแล้วไม่ประทับใจคืนเงินได้ภายใน 30 วัน โดยสินค้ายังใช้ไปไม่เกิน 50%

จากที่ผมสรุปมา 300 บาทคุ้มมากๆ ครับ หลายท่านบอกว่ากลัวซื้อไปใช้แล้วไม่ดี ลองคิดดูครับ หากไม่เป็นสมาชิกซื้อเดอร์มารีนไปราคาเต็ม แต่ใช้แล้วรู้สึกไม่ชอบ คืนเงินที่ซื้อไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นสมาชิกใช้ไม่ดีจริงๆ สามารถนำไปรับ Credit Voucher เพื่อไปซื้อสินค้าตัวอื่นที่เราอยากได้

สรุปเลยนะครับ เวปผมจริงๆ แล้วให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคของบริษัท Aimstar ไม่เน้นขายสินค้า แต่ถ้าใครสนใจผมขายให้ได้ครับแต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ใช่สมาชิกผมขายราคาเต็มนะครับ ไม่คิดตัดราคาขายเอาเปรียบนักธุรกิจคนอื่นๆ ใจเค้าใจเราครับ ช่วยกันสร้างสังคมให้มีความรู้สึกน่าอยู่ดีกว่าครับ

Why system ? ทำไมต้องมีระบบ

1

Posted by admin | Posted in เรียนการเริ่มธุรกิจ aimstar | Posted on 07-06-2010

หลายคนบอกผมว่า จริงเหรอ ธุรกิจเครือข่ายต้องการระบบด้วย เอ มันไม่น่าจะเป็นไปได้ แรกๆ ผมก็คิดแบบนี้เลยครับว่า ธุรกิจเครือข่ายเนี่ยนะ ต้องมีระบบด้วย แปลกสุดๆ ก็เราทำธุรกิจกับคนโดยตรงทำไมต้องการระบบด้วย แต่หลังจากผมศึกษามาสักพักพบเลยว่า ธุรกิจกับคนนี่แล่ะครับ ยิ่งต้องการระบบที่ดีเลย เพราะถามว่าการทำงานกับคนยากกว่าทำงานกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ป่าว ก็ยากกว่าเยอะครับ เพราะคนแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย เรียกว่า ระบบที่นำมาใช้กับเครือข่ายที่เป็นคนนี่ต้องเจ๋งสุดๆ ถึงจะทำให้เครือข่ายเติบโต

ผมเลยมี รูปมา อธิบายว่า จริงๆ แล้ว ธุรกิจเครือข่าย aimstar เราเหมือนกับธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของเค้ายังไงบ้าง ยกตัวอย่างเล่นๆ เพื่อนๆ รู้จักบริษัท CP ป่าวครับ คิดว่า CP เนี่ยมีเครื่อข่ายอะไรดังๆ 7-11 ผมเป็นแฟน 7-11 ตั้งแต่เรียน ม.ต้น ปัจจุบันมีสาขา 7-11 ทั่วประเทศเกือบ 6,000 สาขา เพื่อนๆ คิดว่าสินค้าใน 7-11 ส่วนใหญ่ CP ผลิตเองป่าวครับ ก็ป่าวแต่จะมีบริษัทหลายบริษัทนำสินค้ามาส่งให้ 7-11 เพื่อวางขาย แล้ว CP ก็เก็บค่าลิขสิทธิ์จากการที่บริษัทเหล่านั้นมาใช้เครือข่าย 7-11 ของ CP

 เปรียบเทียบเครือข่าย

ประเด็นก็คือแล้วเราจะสร้างเครือข่ายผู้บริโภคยังไงหละ =..=” จะให้เราไปหาคนมาทีเดียว 100,000 คนผมว่าก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่างมากผมว่าเราคงรู้จักเพื่อนๆ ญาติพี่น้อง รวมๆ แล้วผมว่าไม่น่าจะเกิน 100 คนด้วยซ้ำ แสดงว่าอีก 90,000 กว่าคน คงเป็นคนที่เราไม่ได้รู้จักแน่ๆ แถมเครือข่ายเรายังเป็น คนเป็นๆ ด้วย ไม่ใช่ร้านค้าทั่วไป ฟังแล้วเอ ชักลำบากจัง

แสดงว่าเราก็คงจะทำไรกับคนที่เรารู้จักสักอย่างนึงแล้วเค้าก็สามารถเริ่มมีเครือข่ายเล็กๆ ของเค้าไปด้วยภายใต้เครือข่ายของเรา สิ่งที่เราทำเนี่ยคือ ระบบ ครับ ^_^ ก็เหมือน 7-11 แล่ะครับ หากใครไปซื้อแฟรนไชด์มาพวกเราก็จะต้องไปอบรมการทำ 7-11 ประมาณ 3 เดือนถ้าผมจำไม่ผิด เรียนรู้เรื่องทุกอย่างของ 7-11 การทำ aimstar ก็เหมือนกันครับมีระบบให้เรียนรู้เพื่อสร้าง คนกลุ่มนึงของเราให้เป็น ผู้นำ สามารถสร้างเครือข่ายของเค้าต่อไปได้ พูดง่ายๆ ทำให้เค้าเป็นสาขาใหญ่ของเรา โดยสอนเค้าให้เริ่มต้นจากสาขาเล็กๆ ของเค้าก่อน

ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ ก็เหมือนเราเป็น CP แล้วเราเริ่มสอนเพื่อนเราที่เหมือนเป็น 7-11 ในสถานี BTS ดูเล็กๆ น่ารักๆ จนเค้าเก่งเริ่มอยากสร้าง 7-11 เพิ่ม เป็น 7-11 ตามถนนใหญ่ๆ สองห้องใหญ่สุดๆ หากเรามีสาขาใหญ่มากขึ้น สาขาเล็กมากขึ้น เราก็เก็บค่าลิขสิทธิ์ได้มากขึ้น แถมที่สำคัญเพื่อนเราที่มีเครือข่ายของเค้าก็ได้ค่าลิขสิทธิ์ไปด้วย ^_^ สุดยอด

แล้วคำว่าระบบที่พูดมามันคืออะไรบ้าง ระบบใน aimstar แบ่งเป็น 2 อย่างครับ แต่ทั้งสองอย่างก็ใช้ควบคู่กันไป

  • สื่อต่างๆ
    • สื่อเปิดใจไม่ว่าจะเป็น Why Network, What Why Get How ของน้องทอม, การแนะนำผลิตภัณฑ์ของคุณนุ๊ก ที่เราใช้เสมอๆ เวลาไปสปอนเซอร์เพื่อนใหม่ๆ
    • CD Traning เช่น BTC, การเขียนแผน, 7-4-5 ซึ่งเราสามารถนำมาเพิ่มทักษะตัวเองหรือองค์กรของเราได้
  • รอบประชุมต่างๆ
    • รายวัน: การสปอนเซอร์ หรือ House Meeting
    • รายสัปดาห์: House Meeting และ Center
    • รายเดือน: The winner, VIP OPP
    • รายไตรมาสหรือรายปี: งาน Camp

คำถามต่อไปคือ แล้วเราใช้ระบบนี้ยังไงในการสร้างผู้นำ พูดง่ายๆ ระบบนี้เริ่มต้นจากตัวเราครับ ที่ผมเขียนไปทั้งหมดถ้าเราไม่เคยดู หรือเราไม่เคยไป ผมว่าเริ่มมาผิดทางแล่ะ วันนี้ผมยังเอา CD เก่าๆ มานั่งดูอยู่เลย ดูรูปข้างล่างแล้วจะเข้าใจเลยครับ เราใช้ระบบในการสร้างองค์กรยังไง หรือที่น้องหลินเองชอบบอกว่า สร้างผู้นำผ่านระบบ โดยการเคลื่อนคนผ่านระบบ เริ่มจากงานรายวัน เริ่มจากสื่อที่ตัวเรา แล้วไปต่อในงานรายสัปดาห์ งานรายเดือน และงานรายไตรมาส วนกลับมาที่งานรายวันต่อ เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ^^

ภาพระบบ

  1. ผมก็เริ่มจากงานรายวัน คือการออกไปสปอนเซอร์เองหรือไปช่วยทีมงานใหม่ๆ ทำการสปอนเซอร์ด้วยกัน การจะมีเนื้องานสปอนเซอร์ได้ก็ต้องอาศัยเนื้อหาของ 5 ค้นหา ซึ่งจะมีพวกถึง 5 บทบาทด้วยสำหรับ DL ใหม่ ที่จะไปกับเราว่าควรทำไรบ้าง
  2. จากนั้นผมก็จะทำตามติดตามคนที่ผมสปอนเซอร์ หรือทางทีมงานพาไปสปอนเซอร์ ไปคุยวันที่ 2 ต่อ ถามเป้าหมายสอนการนัดหมายให้เค้า อาจจะนัดเค้ามา HM หรือมา Center ทีนี้ ทีมงานผมก็จะมีทีมงานเพิ่มมาจากเนื้องานรายวัน สัก 2 คน (ที่เอาจริง)
  3. จากนั้นเราก็ออกไปทำงานรายวันกันอีก –> จัด HM ให้ทีมงานทำงานสะดวกขึ้น มีการทำ House Training ด้วย จากทีมงานเรา 1 คนแล้วเพื่อนเค้าอีกคน จากเนื้องานรายวัน ก็ทำให้เค้าและเพื่อนเค้ามีเพื่อนสนใจตามมาทำมากขึ้น ตอนนี้จาก 2 กลายเป็น 6-7 คนแล่ะ
  4. ทำต่ออีกพึ่งอาทิตย์ที่ 3 เอง จบอาทิตย์นี้เริ่มมีองค์กรของเค้าเอง 10 คนได้
  5. อาทิตย์สุดท้าย เค้ากับเพื่อนๆ เริ่มพัฒนาทักษะ และนัดหมายเพื่อนๆ ไปเรียนรู้กันที่งาน the winner จาก 10 เริ่มเพิ่มเป็น 20 คน
  6. ออกไปทำเนื้องานส่วนตัวอีก จากคนใหม่ –> เป็นคนเก่า ส่งไม้ผลัดความสำเร็จและทักษะให้คนใหม่ เคลื่อนคนเข้าเรียนรู้ จาก 20 เดือนแรกเป็น 40 เดือนที่ 2 และเป็น 60 เดือนที่ 3
  7. มุ่งไปงาน camp ทำเนื้องานส่วนตัว โปรโมตทีมงานไปเรียนรู้ร่วมกัน 60 คนที่ไปงาน camp เติบโตองค์กรก็โตต่อเป็นหลักร้อย แถมโตแบบมีโครงสร้างด้วย
  8. นี่ไงครับ การเคลื่อนคนผ่านระบบ หรือที่เรียกว่า สร้างผู้นำผ่านระบบ

บรรยากาศงาน Camp Gold Star up #1

2

Posted by admin | Posted in กิจกรรม aimstar | Posted on 07-06-2010

เมื่อสาอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปร่วมแคมป์สำหรับ Gold Star up ที่จังหวัดพัทยามา โดยเป็นการจัดร่วมกันครั้งแรกระหว่างกลุ่ม Clover group และกลุ่ม Together plus ซึ่งผมบอกได้เลยครับ ว่าบรรยากาศสุดยอดมากๆ คือก่อนไปผมก็คิดไม่ออกว่าไปงานนี้แล้วผมจะได้อะไรกลับมาบ้าง เพราะการจัด Camp Gold up ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ แต่กลับออกจากงานคราวนี้บอกได้คำเดียวครับ ถ้าผมไม่ได้ไปงานนี้คงต้อง โค ตะ ระ เสียดายไปตลอดชีวิตเลยว่างั้น เพราะงานนี้มันสุดยอดมากๆ ถ้าศัพท์น้องหลินต้องบอกว่า Cool สุดๆ หรือโคตร Cool เลย แล้วมันดียังไง เดี๋ยวผมจะบอกให้ฟังครับว่าบรรยากาศในงานมันเต็มที่ขนาดไหน

camp1

 เริ่มจากตอนเช้าเลยครับ ผมก็รีบนั่ง taxi มาที่สวนลุมไนท์บลาซ่า มาเจอตี๋ซึ่งตอนนี้เป็นเพิลไปแล้ว แอบดีใจกับเค้าด้วย นั่งรถคันที่ 2 ครับข้างล่างกับพวกน้องอิงๆ และน้องอู๊ด ก็คือกลุ่ม clover ที่เราสนิทกันมากอยู่แล้ว ไปถึงโรงแรมมณเฑียร พัทยาประมาณ 9 โมงกว่า บรรยากาศโรงแรมดีมากๆ ครับ ใช้ได้เลย เราก็เตรียมเข้าห้อง ^^ เรียนรู้กันเลยครับ เริ่มแรกจากการเขียนปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เรามีใส่กระดาษ ซึ่งผมเองเขียนไปเต็ม stream 55 ปัญหาเยอะสุดๆ จากนั้นก็ให้คว้างไปหน้าห้อง ตอนแรกผมแอบงง แต่พอจบงานผมรู้เลยว่า ทุกๆ ปัญหาที่ผมเขียนๆ ไปมันได้วิธีการจาก camp นี้ในการแก้ไขจนหมดเลยครับ =..= สุดยอดมากๆ

ก่อนทานข้าวกลางวันน้องทอมก็ได้มาพูดถึงเรื่อง 4 รู้อีกรอบ จำได้หรือป่าวครับ 4 รู้มีอะไรบ้าง 1. รู้สินค้า 2. รู้แผน 3.รู้ข้อโต้แย้ง 4.รู้ 3 why นั้นก็คือ why I join, Why network และ Why aimstar แต่การมาครั้งนี้น้องทอมได้เพิ่ม why ตัวใหม่เข้าไปอีกตัวคือ Why System หรือที่เรียกว่าทำไมต้องมีระบบ ซึ่งเนื้อหาของ Why system จะอยู่หลังจากทานข้าว ช่วงก่อนทานข้าวน้องทอมได้สอนเนื้อหาเกี่ยวกับ “การแชร์ประสบการณ์ที่ดี” หรือที่ใครเรียกว่า Why I Join ควรจะทำไง สุดยอดมากๆ ทีสำคัญมีตัวอย่างๆ ดี จากผู้ประสบความสำเร็จมาบอกเล่าเรื่องราวให้เราด้วย

ช่วงกลางวันนะครับ อาหารกลางวันต้องบอกว่า โค ตะ ระ สุดยอด มันคือข้าวมันไก่ ฉายา อร่อยที่สุดในประเทศไทย ผมได้ถ่ายรูปมาให้ดูด้วย เรียกว่าอร่อยจริงๆ อ่ะ แค่เห็นตอนนะเค้าตัดทีละชิ้นมาวางนะ กรี๊ดดดดดดด อยากขอ 2 แต่ด้วยความเกรงใจผมเลยทานไป 1 จานเอง กลับมาในห้องพึ่งรู้ว่าข้าวมันไก่แต่ละจานที่ผมกินไปมันจานละ 250 บาทแน่ะ รู้งี้นะกิน 3 จานเลย เกือบคุ้มค่างาน camp แล่ะ 555

 camp2

ช่วงบ่ายยังคงร้อนแรงต่อด้วยน้องหลินมาพูดถึง why system โดยยกตัวอย่างประกอบทำให้ผมเข้าใจแบบทันทีเลยว่า คำว่า “ระบบ” เนี่ยมันสำคัญขนาดไหน การสร้างองค์กรผู้บริโภคขนาดใหญ่ ก็คือการ “สร้างผู้นำผ่านระบบนี่เอง” จากนั้นน้องทอมได้ตามเติมเต็มเนื้อหาในส่วนของการใช้ 7-4-5 ของ clover group ให้กับเพื่อนๆ ใหม่แบบง่ายๆ

พักทานข้าวเย็นกัน อิอิ โรงแรมนี้ดีสุดๆ > < ผมชอบมากๆ เลย โดยเฉพาะพนักงานที่นี่เค้าดูเอาใจใส่เราดีไงมะรู้ กลับมาตอนค่ำ ช่วงเวลาที่สนุกที่สุดประทับใจที่สุด คืองานมอบเข็มให้กับเพื่อนๆ ที่ move ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา ฝั่งทีมผมก็มีน้องแนน เป็น gold star ใหม่ น้องหมู SL ก็เป็น platinum ใหม่ สุดยอดเลย บรรยากาศเป็นกันเองมากๆ ถ้าใครได้มาแล้วจะรู้ว่า สังคมของ aimstar หรือสังคมของ clover group อบอุ่นมากๆ ครับ ก่อนจบน้องทอมได้มาสอนเนื้อหาการเป็น BM หรือใครๆ เรียกว่า Branch Manager ซึ่งเป็น Business Title ของ aimstar ว่าถ้าเราอยากเป็นทำไงเรียกว่า Road Map for BM ผมก็พึ่งรู้จัก BM ก็งานนี้แล่ะครับ *-*

camp3

ช่วงดึกห้อง Gold Star ยังมีน้องหลินมาพูดเรื่องของ SPIRIT หรือที่เค้าเรียกว่า จิตวิณญาณในการทำ aimstar ที่น้องหลินเค้าใช้ตลอดการทำ aismtar มา 10 เดือนว่าเค้าทำไง 2 เดือนเป็น ruby star ผ่านมา 10 เดือนเค้ามีรายได้จาก aimstar รวมกัน 4 ล้านบ้าน สุดยอดเลย ผมฟังนะรู้เลยว่าน้องเค้าเก่งจริงๆ เป็นคนที่มีแรงบันดาลใจและความเชื่อสุดๆ แล้วแปลเปลี่ยนความเชื่อด้วยการลงมือทำที่สุดยอดเช่นกัน เนื้อหาที่น้องหลินพูดเดี๋ยวผมจะมาเขียนให้เพื่อนๆ อ่านต่อไปครับ รับรองไฟลุก

หลังจากนั้นกลุ่ม clover เราก็ยังมีเอกลัษณ์สำคัญคือการ After สุดยอดมากๆ กว่าจะเลิกก็ประมาณตี 2 แต่ผมว่าคุ้ม ไฟลุกสุดๆ กลับมาห้อง after กับทีมงานต่ออีกยันตีห้าเลย 555 บอกแล้วว่าพลังสุดๆ camp gold นี้

camp4

ช่วงเช้ารวบรวมสติตื่นมา 9 โมงยังรู้สึก hot ไม่หายเลยครับ มาทานอาหารเช้าแล้วก็เข้าห้องสัมมนาอีกรอบ น้องหลินครับ หลังจากรอบค่ำ คราวที่แล้วพูดซะคนที่เป็น gold star อยากจะกลับ กทม. ไปทำเนื้องานสุดๆ เรียกว่าฉุดกันไม่อยู่ รอบเช้าระดับ platinum ซึ่งอยู่อีกห้องเรียกร้องขอให้น้องหลินพูดอีกรอบ ก็ยังสุดยอดตามเคย -..-”

หลังจากน้องหลินเราก็พักรับประทานอาหารกลางวันอีกรอบ แล้วผมก็ได้มีโอกาสพบกับพี่ลีที่เป็นลูกพี่หลินกับสามีพี่เค้า พี่ทั้งสองท่านเก่งมากๆ เป็นคนที่มีประสบการณ์เครือข่ายเยอะมากๆ ได้แบ่งปันความรู้กับพี่เค้าสุดยอดมากๆ ครับ ไม่แปลกเลยที่ว่าพี่เค้าประสบความสำเร็จในเวลาที่รวดเร็วมากๆ

camp5

ช่วงบ่ายมีการสรุปงาน camp จากเหล่า Diamond Star เรียกว่าสุดยอดเลยเหมือนกับเก็บความรู้กับบ้านไปได้เลย ที่สำคัญก่อนเลิกงานเรายังได้ดู VTR ภาพงาน camp สนุกมากๆ ครับ ก่อนกลับผมก็ได้มีโอกาสถ่ายรูปกับกลุ่มเราที่ไปกันประมาณ 10 ชีวิต ขากลับเราก็ขึ้นรถ บรรยากาศ after บนรถบัสถือว่าสนุกสุดยอดเลย ถ้าใครมีโอกาสไปผมบอกเลยว่า ไม่ควรพลาด ^_^ แถมที่สำคัญผมได้นั่งคู่กับคุณบุญสยามด้วย หลายคนงง ใครหว่า ถ้าใครมีแฟ้มสปอนเซอร์ clover จำได้ป่าวครับ มีท่านนึงในหน้าสินค้ามี่พูดเกี่ยวกับสิว นี่แล่ะครับผมรีบบุกไปนั่งข้างๆ ถามวิธีทานและทำไงทานแล้วสิวถึงดี หุหุ ไม่อยากจะบอกความลับ 555 สุดยอด ^^ กลับถึง กทม. สองทุ่ม เหนื่อยแต่โคตะระคุ้มครับ

เทคนิคการดูแลคนในงาน camp ^_^

1

Posted by admin | Posted in เรียนการเริ่มธุรกิจ aimstar | Posted on 31-05-2010

ผ่านไปอีกแล้วนะครับสำหรับงาน VIP OPP ที่ผ่านมาที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ ทีมผมก็มีกลุ่มผู้นำและลูกใหม่ๆ ส่วนตัวอีก 3 คน รวมทั้งกลุ่มผู้นำใต้องค์กรคราวนี้ราวๆ 20 กว่าคน สุดยอด ทุกคนเป็นแฟนพันแท้น้องนิว อาทิตย์ ขยันยิ่งไปหมดแล้ว =..= ผมยังสมัครเป็น fan club น้องเค้ามานานแล้วครับตั้งแต่เห็นน้องมะเขือเทศคันแรงแบบว่าเราฟิวเดียวกัน น้องเค้าแต่ก่อนชอบเล่นเกม ผมนี่เซียน dota ตัวจริงเลยครับ หุหุ

พอดีผมไปค้นเจอบันทึกที่ผมเคยจด ได้ฟังน้องบอมถ่ายทอดเทคนิคการดูแลคนในงาน camp ไว้ ผมเลยคิดว่าน่าจมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ลองติดตามดู เพราะปลายเดือนนี้เราก็จะมีงาน camp อีกรอบแล้วน่าจะเป็นประโยชน์มากๆ เลย > < เดี๋ยวค่ำนี้ผมจะทำให้เสร็จนะครับ เนื้อหานี้โดยน้องบอม ว่าที่รูบี้เดือนนี้ล้าน %

การดูแลทีมงานมีหลักสำคัญอะไรบ้าง

1. คือเรื่องเวลาเลยครับ อย่างน้อยๆ เราและทีมงานต้องรู้กำหนดการของงาน Camp ครั้งนี้เสียก่อน เพื่อจะได้สะดวกในการโทรติดตามทีมงาน ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง จนถึงเริ่มงานใน Camp แล้ว

2. ทำตัวเป็นสะพานที่ดี : ควรพา DL เราไปรู้จักใครในงาน สามารถทำได้ตั้งแต่อยู่บนรถบัส หรือถึงงานแล้วก่อนงานเริ่ม

การเป็นสะพาน

ยกตัวอย่างเช่น นาย A ครับ ยัง 50:50 ว่าจะทำ aimstar ดีหรือป่าวเพราะอาจจะติดขัดบางเรื่อง สมมุติว่าเป็นเรื่องเวลา แสดงว่าเราก็ต้องเตรียมตัวเองแล้วว่า SL และ UL เราควรจะมาเคลียร์แนวคิดของ A สมมุติเราก็ต้องรู้แล่ะว่าเรื่องเวลาเนี่ยน้องอู๊ด Diamond เรามี profile ที่เคลียเรื่องเวลาได้เลย เพราะน้องเค้าก็เปิดร้านเสื้อผ้างานยุ่งมากๆ ยังจัดเวลามาทำได้ เราควรทำไงครับ

1. ก่อนมางานโทรหา อู๊ดครับ เล่า profile ของน้องเค้าให้ UL เราฟัง ว่าเค้าเป็นไง ติดปัญหาอะไร UL เราจะได้เตรียมคำตอบดีๆ ไว้แชร์ให้เพื่อนใหม่เรา

2. มาถึงในงานเจออู๊ด เราก็ทำตัวเป็นสะพานครับ พาไปแนะนำให้รู้จักกันและที่สำคัญมากๆ การถามนำที่ดี เกี่ยวกับปัญหาที่เค้าติดขัด

3. หลายคนไม่ได้เตรียมตัวมาเลย ทำให้เสียโอกาสที่จะปรับแนวคิดของทีมงานครับ ถ้าทำตามที่เขียนมาได้ ผมว่าเพื่อนๆ ใช้ camp ได้ประโยชน์สูงสุดแน่นอน

3. ตำแหน่งที่นั่ง สมมุติเราพาทีมงานไปสัก 10 – 20 คนก็ยังเป็นกลุ่มไม่เยอะมาก ซึ่งเชื่อว่าทุกคนภายในทีมเราอาจจะยังไม่รู้จักกัน เราควรทำไงเกี่ยวกับเรื่องที่นั่งของทีมเราครับ อย่างแรกเลยเราควรจะไม่ให้ทีมเรานั้งกระจายกัน เพราะทำให้โฟกัสไม่ได้เลยครับ วิธีแก้คือ

การนั่งในงาน aimstar

  • นั่งกันเป็นกลุ่ม
  • เรานั่งตำแหน่งที่สามารถมองเห็นทีมเราทั้งหมด อาจจะเป็นด้านหลังที่มุมๆ นึง
  • รู้ความเคลื่อนไหวตลอดว่า คนในทีมเราตอนนี้ลุกเดินไปไหนบ้าง จะได้ตามถูกเวลามีเนื้อหาสำคัญ
  • ถ้าคนเยอะ ควรจะส่งผู้นำของเราในทีมเข้าไปขั้นระหว่างที่นั่งของเพื่อนใหม่ เพื่อ guide line ให้เพื่อนๆ ใหม่ฟัง
  • ตำแหน่งที่นั่งเนี่ยสำคัญมากๆ สำหรับเราในการสร้างบรรยากาศ และดึงบรรยากาศของทีมกลับมานะครับ

4. การ After Meeting 

  • อย่าให้เป็นกลุ่มใหญ่มากเกินไปครับ เพราะจะใช้เวลานานทำให้เพื่อนๆ ใหม่เราออกอาการเบื่อ เซ็งได้
  • ประมาณ 7 คนกำลังดีครับ
  • สำคัญมากๆ วันนี้ถ้าเรามีทีมไปสัก 20 คน มันก็น่าจะแบ่งวง After ประมาณ 3 วง หรือ 2 วง แต่ถ้ายังมีเพียงเราที่ทำหน้าที่ MC ในการทำ After Meeting ได้ ต้องรีบปรึกษา UL ด่วนเลยครับ
  • จัดคอร์สสร้าง MC ในทีมเราเพิ่มกับ UL

 5. การคุยกับ UL

  • ถามว่าเราควรพา DL เราไปคุยกับ UL เราทำไม เหตุผลแรกๆ เลยคือเราก็อยากจะให้เค้าสองคนมีรู้จักกัน มีสายสัมพันธ์กันมากขึ้น เพราะในอนาคตแล้วเรา UL DL ก็ต้องทำงานกันเป็นทีม
  • เหตุผลสำคัญมากๆ อีกอย่างคือการ เคลียแนวคิดและเคลียทรรศนคติ วันนี้ผมเชื่อว่าเพื่อนใหม่บางๆ อาจจะมีปัญหาบางอย่าง เช่น ยังคิดว่าตัวเองไม่มีเวลา พูดไม่เก่ง ไม่น่าจะทำได้ การพาไปคุยกับ UL ที่เคยมีปัญหาแบบเค้ามาก่อน ก็จะทำให้เค้ามั่นใจและมีแนวคิดการทำงานที่ถูกต้องมากขึ้น
  • การคุยกับ UL นั้นต้องการคำถามนำที่ดี และการถามเชิงบวก เช่น เป็นไงบ้างงานวันนี้ดีไหม ^^

รู้หลัก 5 ข้อง่ายๆ ในการดูแลทีมงานใน Camp  แล้วเราก็ลองมาประยุกต์กับกำหนดการเลยดีป่าวครับ

วันแรก

ช่วงเช้า : จะเป็นการละลายพฤติกรรม

  • นำ DL ของตัวเองไปทำความรู้จักกับ UL เลยครับ เพื่อเพิ่มสายสัมพันธ์ พูดง่ายๆ ทำตัวเป็นสะพานตั้งแต่เช้าเลย
  • จะมีการให้แต่ละคนทำความรู้จักกับเพื่อนข้างๆ เราเองควรบอกถึงสิ่งที่จะได้ว่า DL เราจะได้อะไรจากการรู้จักเพื่อนใหม่ที่นั่งข้างๆ ได้สายสันพันธ์ ได้ SL ในจังหวัดอื่นๆ ที่เราไม่ได้อยู่ เผื่อมีทีมงานจะได้ฝากฝังเค้าไว้ได้ ^^

ช่วงบ่าย : มี Guest Speaker

  • เราควรจะรู้ profile คร่าวๆ ของคนที่เป็นแขกจะมาพูด จะได้โปรโมตให้ทีมเราฟังว่าคนนี้น่าสนใจยังไง อยากให้ทีมงานเราฟังแนวคิดเค้าตรงไหน
  • มีการแยก Training แต่ละห้อง ควรรู้อย่างยิ่งว่าทีมเรานั่งตรงไหนของห้อง ข้างใคร ถ้าเรารู้จัก SL ที่นั่งข้างๆ ขะได้ฝากฝังทีมงานเราไว้ได้ ทำตัวเป็นสะพานอีกแล้วครับ =..=

ช่วงค่ำมีการมอบเข็ม

  • เราเองก็ควรสร้างบรรยากาศงานให้ตื่นเต้น สนุก สามารถ guide line ให้ทีมงานฟังวิธีการทำงานของคนที่ประสบความสำเร็จแต่ละคน
  • การ After อย่าให้เยอะมากเกินไปควรไม่เกิน 7 คน แล้วไม่ควรตึงเครียดเกินไป ควรให้ผ่อนคลายบ้าง

วันที่สอง

ช่วงเช้า: มีการสอนงานโดย UL ระดับสูง

  • ควรนัดแนะทีมงานถึงเวลานัดหมายตอนเช้า ตื่นกี่โมง ทานข้าวกี่โมง เพื่อที่จะได้มานั่งรวมกลุ่มกัน

ช่วงบ่าย: มีการประกาศเป้าหมาย

  • เป็นบรรยากาศที่ตื่นเต้นมากๆ ควรเชียร์ๆ ชมๆ ทีมงานเรา ให้กล้าออกไปประกาศเป้าหมาย ^^ สนุกมากๆ ครับ
  • เราเองในฐานะผู้นำ ก็ควรจะรีบไปทำความรู้จักกับ SL ทั่วประเทศ เพื่อในอนาคตอาจจะได้ฝากฝังคนของเราหรือทีมงานเราให้เค้าช่วยดูแลได้

ช่วงเย็น: เดินทางกลับ

  • After ในรถบัส เป็นบรรยากาศ ที่สนุกมากๆ ครับ ^^

รายละเอียดงาน Camp ครั้งที่ 3 (*0*)

0

Posted by admin | Posted in บันทึกประจำวัน | Posted on 22-05-2010

อิอิ หวัดดีครับเพื่อนๆ และแล้วเวลาก่อผ่านไปไวเหมือนโกหก =..= กลุ่ม clover group เราจะจัดให้มีงาน clover group camp ครั้งที่ 3 ขึ้นอีกแล้ว หุหุ ^^ ผมว่าดีสุดๆ เลยนะ งานพวกนี้รองรับการเติบโตของทีมเราได้เป็นอย่างดีเลย งานนี้ก็ยังใช้ชื่อจัดเหมือนเดิมนะครับคือ 6 Powers Go to Crown Ruby Star สุดยอดเลยครับ คอนเซปยังคงเดิมใครที่พาลูกไปได้ 6 คน หุหุ จะได้เข้าคอร์สพิเศษวันนี้ผมก็มีรายละเอียดเบื้องต้นจะมาบอกเล่าเพื่อนๆ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและการจองบัตรสำหรับการไปครั้งนี้ ^^

camp_3

 

  • สถานที่จัด: ภูเขางามรีสอร์ท จังหวัด นครนายก
  • วันที่: วันที่ 26-27 มิ.ย. 2553
  • เงื่อนไขการจ่ายเงินตามรูป

 

บรรยากาศฉลองความสำเร็จเดือน เม.ย. 53

1

Posted by admin | Posted in บันทึกประจำวัน | Posted on 11-05-2010

หุหุ กลับมาพบกันอีกครั้งครับ – - ช่วงนี้เหตุบ้านการเมืองเราอาจจะดูน่ากัวหน่อย แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีครับ เดือน เม.ย. ที่ผ่านมาเค้าว่ากันว่าเป็นเดือนปราบเซียนเลยก็ว่าได้เพราะว่านอกจากจะวันหยุดเยอะแล้ว เดือนนี้ยังมีอีกหลายๆ ปัจจัยรุมเร้าไม่ว่าจะเป็นการเมืองหรือปัญหาเศรษฐกิจเอย แต่เชื่อหรือป่าวครับ ถึงเดือนนี้จะเป็นเดือนปราบเซียนแต่ผมก็เห็นว่ามีเพื่อนๆ บางคนครับ ^^ ที่เค้ายังสามารถ move up ตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมาได้

และแล้วก็มาถึงรอบ center วันอังคารขาประจำผม ^^ เดือนนี้ก็มีเพื่อนๆ move กันหลายคนเลยสุดยอดมากๆ แถมมี team งานผมเอง move ด้วยเช่นกัน แอบดีใจสุดๆ ^^ ผมเลยแอบเก็บบรรยากาศ center วันอังคารที่แสนอบอุ่นมาให้เพื่อนๆ ชมครับ

แม่ไก่ aimstar

คนแรกไม่ใช้อื่น แม่ไก่ เองครับ เรียกว่าเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นใหม่ๆ ใน Center ก็ว่าได้แม่ไก่อายุมากแล้วนะครับ แต่ไม่เคยขาดการเรียนรู้ที่ Center Clover Group เลยก็ว่าได้  

 moveing up aimstar

อีกหลายๆ ตัวอย่างของความสำเร็จใน Center วันอังคาร ^_^ ยินดีด้วยครับ

moveing up aimstar_1

งาน The winner ครั้งที่ 39

0

Posted by admin | Posted in กิจกรรม aimstar | Posted on 11-05-2010

the winner 39

มีใครได้มีโอกาสไป the winner รุ่นที่ 39 บ้างครับ ผมว่า the winner ครั้งนี้เนื้อหาสุดยอดมากๆ เลย ผมเองประทับใจมากๆ ที่สำคัญสามารถนำพาทีมเข้าไปเรียนรู้ได้เยอะกว่าครั้งที่ผ่านมาอีก > < เริ่มพัฒนาแล่ะ 55 เนื้อหาที่คุณหมอสอนวันนี้ผมชอบมากๆ อยากจะมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ฟัง

คุณหมอพูดถึงหนังสือเล่มนึงชื่อว่า 7 habits หรือเรียกเป็นไทยสั้นๆ คืออุปนิสัยสำหรับผู้ประสบความสำเร็จ คนเขียนถ้าผมจำไม่ผิดจะชื่อว่า Stephen R. Covey คุณหมอได้กล่าวว่าเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ดีมากๆ แต่เชื่อหรือป่าวครับคนแต่งหนังสือท่านนี้ได้แต่งหนังสืออีกเล่มออกมาเรียกว่า อุปนิสัยที่ 8 มีจำนวนหน้าผมว่ามากกว่าเล่มแรกอีกแค่อุปนิสัยเดียว เพื่อนคงอยากรู้แล้วว่าอุปนิสัยอะไรที่สำคัญมากๆ ขนาดคนแต่งยังมาคิดได้ทีหลังแล้วเขียนเป็นเล่มเลย อุปนิสัยนี้คือมีโอกาสได้ยินเสียงของตัวเองครับ

พูดง่ายๆ คือ การสะท้อนตัวเราเองครับ ให้เรากลับมาคิดว่า

“มีอะไรบ้างที่สะท้อนบางอย่างในชีวิตเรา”

 

สิ่งที่สะท้อนเรื่องราวในชีวิตเรา เราเรียกสิ่งนั้นว่า อดีต

 

เชื่อหรือป่าวครับ มีคนหลายคนที่เก่งชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองเสมอๆ เรียกว่าเค้าเรียนรู้จากเสียงสะท้อนของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ในความเป็นจริงครับ เราสามารถเรียนรู้สิ่งที่สะท้อนชีวิตได้ง่ายกว่านั้น โดยเรียนรู้จากชีวิตของคนอื่น

หากเรายอนม้องกลับหลังไปในอดีตครับ ความจริงก็คือ

การคิด การตัดสินใจ และการลงมือทำจริงของเรา

 

และมันทำให้แต่ละช่วงชีวิตของเรา

สนุก ตื่นเต้น เศร้า ทุกข์ และ เจ็บปวด

 

 คุณหมอได้บอกอีกว่าท่านอ่านหนังสือมาหลายเล่มครับ การอ่านหนังสือเนี่ยจะทำให้ความคิดของเราเปลี่ยนไป ในทางที่ดีขึ้น คุณหมอมีคำนิยามที่ว่า “แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน” หรือ Change your thinking Change your life

แล้ววิธีไหนหละครับที่จะทำให้เราเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ง่ายที่สุด การยอมรับความจริงครับ เป็นวิธีที่ทำให้เราเปลี่ยนความคิดของตัวเราได้ง่ายที่สุด ว่าตอนนี้เราเป็นไง มีความเป็นอยู่อย่างไร หากอยากมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต้องทำอะไรเพิ่มบ้าง

แต่ก็อย่างที่บอกครับ สิ่งที่อยากที่สุดคือ ทำอย่างไรเราถึงจะยอมรับตัวเองและเปลี่ยนแปลงตัวเอง หลายคนไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงเพราะคิดว่ายังไงเค้าก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว หรือเชื่อเหอะ ไงมันก็เป็นไปไม่ได้ คุณหมอให้เราลองเปลี่ยนความคิดเป็นแบบนี้ครับ

“เราเชื่อว่าชีวิตเริ่มใหม่ได้ หากว่าเราควบคุมตัวเองได้”

 

แล้วใน the winner ครั้งนี้คุณหมอก็ได้จัดการเสวนาอ่ะครับ โดยให้เราฟังเสียงสะท้อนของคนอื่นทั้งอดีตและปัจจุบันของเค้า ที่อาจจะเป็นคำตอบให้ชีวิตเราบ้าง ทั้ง 3 ท่านที่ได้ขึ้นมาก็ล้วนแล้วคุ้นหน้าคุ้นตากับอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นน้องนิว ภ.ก. ภรภัทร อีกท่านผมจำชื่อไม่ได้ ขออภัยด้วยครับ T_T ท่าน 3 คนได้มาแชร์มุมมองที่ผมว่าสุดยอดมากๆ แต่ที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือน้องนิวครับ ผมชอบคำว่าทำตัวเองให้เป็น CD เปล่า มา center ก็ทำตัวเป็น CD เปล่า write ข้อมูลลงใน CD พอมันเต็มเราก็เอาแผ่นใหม่มาใส่ ส่วนแผ่นที่เต็มเราก็เอาไปถ่ายทอดให้คนอื่นๆ สุดยอดเลยครับ

แต่ช่วงที่สุดยอดที่สุดคงเป็นตอนสุดท้ายที่น้องหลินขึ้นมาแชร์ประสบการณ์ คือผมฟังน้องหลินพูดก็หลายครั้ง ฟังจาก CD ก็หลายครั้ง ทุกครั้งๆ เวลาท้อๆ นะครับฟังหลินเสร็จจะรู้สึกมีกำลังใจทุกครั้งเลย ยังเคยคิดหากตัวเองประสบความสำเร็จคงต้องขอบคุณน้องเค้ามากๆ น้องหลินพูดทุกครั้ง ทำให้ผมคิดว่าน้องหลิน เค้าเหมือนเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทเลยครับ คือถ้าใครได้ฟังจะรู้ว่า น้องหลินเค้าคิดว่า aimstar เค้าเป็นเจ้าของจริงๆ แล้วมันยิ่งใหญ่มากๆ ใหญ่ขนาดทำให้คนทั้ง hall แทบไม่มีใครลุกเดินไปเดินมาแม้แต่คนเดียว T_T ตื่นเต้นสุดๆ อ่ะ ขอบอก

ก่อนจบคุณหมอลพา ได้มากล่าวคำกลอนๆ นึงซึ่งผมชอบมากๆ อยากให้เพื่อนได้รับฟังอ่ะครับ

 

ความสำเร็จจะว่าไกลก็หาไม่

 

หากแต่ใกล้มีมากมายให้รู้เห็น

 

ถ้าจริงจังและตั้งใจก็จะเป็น

 

ผู้ชนะไม่ยากเย็นต้องเป็นเรา

 

 

ภาพบรรยากาศ คอร์สแต่งหน้า ครูกุ๊กไก่

0

Posted by admin | Posted in กิจกรรม aimstar | Posted on 02-05-2010

ผ่านไปแล้วนะครับ คอร์สสอนแต่งหน้าแจ่มๆ ที่จัดขึ้นมาโดยครูกุ๊กไก่ช่างแต่งหน้าอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลย หลายคนอาจจะยังงงๆ ว่าครูกุ๊กไก่นี่เป็นใครผมบอกได้เลยว่า ประวัติของแกเนี่ยสุดยอดมากๆ เรียกว่าเป็นช่างแต่งหน้าดารา คนดัง ของเมืองไทยมาหมดแล่ะ นอกไปจากนั้นแกยังเป็นคนที่เชี่ยวชาญเครื่องสำอางมากๆ ด้วย ยี่ห้อไหนดี ตัวไหนสุดยอด ครูกุ๊กไก่แกรู้หมดครับ o_O”

มาดูประวัติพอสังเขปครับ ว่าครูกุ๊กไก่สุดยอดขนาดไหน

  • ได้ฉายาว่า Youngest Make Up Professor of Asia
  • เป็นเจ้าของหนังสือขายดี Make up Easy 1 และ 2 และหนังสือเสริมหล่อผู้ชายอีกด้วยครับ
  • มี Studio สอนแต่งหน้าที่เรียกว่าสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย
  • เป็นช่างแต่งหน้าให้ดาราและคนดังในเมืองไทยมากมาย

ผมฟังมา 4 ข้อก็ขนลุกแล้วครับ และโชคดีสุดๆ ที่ครูกุ๊กไก่ได้เป็นทีม aimstar ส่วนนึงใน Clover Group ของเราผมหละดีใจสุดๆ คือผมเองไม่เคยคิดจะใช้ ASNI Cosmetic ในการขยายเครือข่ายเลย แต่เชื่อป่าวครับพอผมเห็นคอร์สนี้ผมรู้เลยว่า ASNI นี่แล่ะ จะเป็นอีกอาวุธนึงในการขยายเครือข่ายธุรกิจ Aimstar ของผม

แต่งหน้าครูกุ๊กไก่

ตอนแรกจะจัดที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ แต่เกิดอุบัติเหตุด่วนทำให้ต้องย้ายมาจัดที่ร้าน Curve ร้านที่ผมชอบไปปาร์ตี้ตอนดึกๆ สมัยก่อนวันนี้จะมาเป็นที่สอนแต่งหน้า =..= ผมหละตื่นเต้นว่าผมจะได้มาร้านนี้ตอนกลางวัน งานเริ่มประมาณ 10 โมงเรียกว่าคนมาเยอะเลย สาวๆ สวยๆ ทั้งนั้น 55 ผมยังคิดว่าอยากจะไปเรียนเลยครับ แถมที่สุดยอดคือน้องอู๊ดสุดหล่อเราได้มาคอร์สนี้ด้วย โดยเอาน้องสาวสุดสวยมาเป็น model แม่เจ้า 55 ผมหละอยากไปเรียนกับอู๊ดจัง > < แต่พอดีติดธุระ กะว่าคอร์สหน้าวันที่ 16 พ.ค. เนี่ยไม่พลาดแน่ๆ และไม่ลืมที่จะเก็บภาพในงานมาให้เพื่อนๆ ฟังครับ

แต่งหน้าครูกุ๊กไก่_1

House Meeting ก่อนวันปิดยอด

3

Posted by admin | Posted in บันทึกประจำวัน | Posted on 30-04-2010

^^ ใกล้ปิดยอดเข้าไปทุกที ทุกคนคงลุ้นกันสุดๆ ผมด้วยเช่นกันครับ เลยนะจัด house meeting กัน ทุกๆ วัน พฤ  ที่คอนโดผมแถวงามวงศ์วานนี่เอง บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ ครับ วันนี้มีเพื่อนใหม่มา 1 คนชื่อพี่อั๋น ก็จริงๆ พี่เค้าเป็นคนที่ทำงานที่ทำงานเดียวกับผมถูกชักชวนมาโดยแม่ไก่นี่เอง วันนี้มีคนมา house เยอะเหมือนกัน มีคนเก่า คือผม แม่ไก่ เจี๊ยบ หนุ่ม ฝุก และพี่ไก่ โดยมีน้องดิวว่าที่ เพิลสตาร์ มาเป็นคนช่วยทำ house และพูดสรุป ซึ่งพูดได้ดีมากๆ พี่อั๋นเอง ก็สมัครเรียบร้อย โดยแกจะไปงาน the winner กับผมด้วย คาดว่างาน the winner วันอาทิตย์นี้ ผมเองน่าจะมีทีมเข้าไปร่วมๆ 15 คน โดยน่าจะมีลูกใหม่ผมเลย 3 คน

house meeting

ผมได้ถ่ายรูป house meeting ไว้ด้วย จริงๆ ผมทำมา 2 ครั้งแล่ะ ถ่ายเก็บไว้เผื่อวันนึงมีคนเต็มห้องนอนผม O_0″ คงจะตื่นเต้นพิลึกแบบที่ห้องเราไม่พอซะแล้ว ต้องไปหาที่อื่น ^^ แอบหวัง 55