งาน See you at the top 2010

0

Posted by admin | Posted in กิจกรรม | Posted on 24-01-2011

^^ หลังจากหายหน้าหายตาไปนานขอมาอัพเดทข้อมูล aimstar สักหน่อยนึง พอดีมีโอกาสไปงานใหญ่ของ aimstar มา 1 งาน คืองาน See you at the top 2010 โดยงานนี้จะจัดขึ้นแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น โดยในปีนี้คุณหมอจะมาประกาศ 10 อันดับนักธุรกิจที่เติบโตสูงสุดในบริษัท aimstar ผมว่าน่าตื่นเต้นมากๆ และแอบลุ้นว่า clover group ของเราจะมีนักธุรกิจติดอันดับ 1 ใน 10 ด้วยหรือไม่

งานจัดที่อาคาร Challenger เมืองทองธานีเหมือนเดิมโดยงานเริ่มประมาณ 12.00 น. ซึ่งผมมาถึงที่งานตั้งแต่ 10 โมงเลยกัวไม่มีที่จอดรถ งานนี้เรียกว่าคนที่เป็นระดับ ruby star และสูงขึ้นไปจะได้มีโอกาสใส่ชุดเท่ๆ ท่าเป็นผู้ชายก็คงจะเป็นสูททักซิโด้ ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงจะมีชุดราตรีแสนสวย ^^ UL ผมน้องดิวก็มีโอกาสมางานนี้เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน ด้วยตำแหน่งแซฟไฟน์สตาร์ ไงก็ยินดีกับน้องเค้าด้วยครับ เย้ๆ

งานเริ่มจริงๆ ประมาณ 13.00 น. โดยคุณหมอลพา ได้มากล่าวสรุปผลประกอบการปี 2553 ที่ผ่านมาว่าเป็นยังไงบ้าง

  • มียอดธุรกิจปีที่ผ่านมาประมาณ 4,900 ล้านบาท
  • มีนักธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1,000,000 บาทต่อเดือน 9 รหัส
  • มีนักธุรกิจที่มีรายได้เกิน 500,000 บาทต่อเดือน 33 รหัส
  • มีนักธุรกิจที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อเดือน 461 รหัส

ซึ่งผมดูตัวเลขนี้เสร็จ เห็นได้ชัดเลยครับว่าปริมาณยอดธุรกิจของ aimstar ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 1,900 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2552 เป็น 4,900 ล้านบาทในสิ้นปี พ.ศ. 2553 นั้น สอดคล้องโดยตรงกับจำนวนนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้น

ส่วน 10 อันดับนักธุรกิจที่เติบโตสูงสุดใน aimstar ในปี พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมาเทียบกับปี พ.ศ. 2552 ได้แก่

  • น้องหลิน วิชราภรณ์ และคุณปกรณ์ กลุ่ม Togerther plus
  • คุณนุ๊ก ธนะสิทธิ์ กลุ่ม Togerther
  • น้องทอม ธเนศ กลุ่ม Clover group
  • พี่เตี่ยง & พี่ชมพู่ กลุ่ม Clover group
  • พี่ไตรรัตน์ & พี่สภิญญา กลุ่ม ICDS
  • คุณสาธิต กลุ่ม ICDS
  • ภก.ภรภัทร กลุ่ม Together Excellent
  • พี่ชะชุญา กลุ่ม ICDS
  • คุณไปท์ โชติพัฒน์ กลุ่ม Together plus
  • ภก.คมกฤช กลุ่ม Together

โดยแต่ละคนก็มีแนวคิดดีๆ นะครับมาแบ่งปันในงานนี้ หลายๆ ท่านผมก็ได้แนวคิดดีๆ อาทิ เรื่อง ลูกโป่งสีดำของน้องไปท์ ซึ่งผมว่าได้แรงบันดาลใจมากๆ เลยครับ หรือถ้าที่เกินคาดสุดๆ ต้องเป็นเรื่องกิ้งกือเตะบอลของน้องสาธิต =..= เรียกว่าทั้งเจ๋งและทั้งฮา สุดท้ายขาดไปเสียไม่ได้เลยคือ พี่ไตรรัตน์ กับคำว่า “คลุกฝุ่น” พร้อมกับถอดเสื้อสูททิ้งไปเลย *0* อินมากๆ ครับ

งานนี้ผมว่านอกจากจะได้แรงบัลดาลใจกลับไปเต็มที่แล้ว ยังได้ข้อคิดและแนวคิดดีๆ สำหรับการดำเนินธุรกิจ aimstar ให้ประสบความสำเร็จอีกด้วยสุดยอดจริงๆ ครั บ

ปะ ติด ฝัน ให้เป็นความจริงกันเต๊อะ

0

Posted by admin | Posted in เรียนการเริ่มธุรกิจ | Posted on 03-01-2011

น่าแปลกใจมากเลยครับ ผมตั้งใจมากๆ จะทำเนื้อหาในส่วนนี้จากการที่ผมไปใช้ใน House meeting มาแต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทางกลุ่ม Clover lucky เราได้มีกิจกรรมสุดยอดมากๆ กิจกรรมนึงเชื่อว่า ป่ะ ติด ฝัน เป็นกิจการที่ผมบอกเลยครับได้แรงบันดาลใจมากๆ และทำให้ DL UL หรือแม้แต่ SL ได้มีโอกาสทำความสนิทกันมากขึ้น เรียกว่าการทำงานก็จะเป็นกลุ่ม เป็นก้อนกันมากขึ้นจริงๆ ครับ หลายคนอาจจะงง กิจกรรมนี้มันเป็นยังไง ผมว่าใครหลายๆ คนนะครับน่าจะเคยมีโอกาสทำกิจกรรมใบเขียนฝัน หุหุ ที่ให้เขียนสิ่งที่เราอยากได้ลงไปเวลาทำ HM แต่วันนี้ครับเราจะเอาตัวอักษรที่เราเคยเขียนครั้งนั้น ทำให้เป็นรูปขึ้นมาเป็นไงครับฟังแล้วตื่นเต้นกันอ่ะป่าว ไม่ให้เป็นการเสียเวลา ^^ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

กิจกรรมนี้ง่ายมากๆ ครับ เพียงแค่เพื่อนๆ มีนิตยสารไม่ว่าจะเป็น นิตยสารรถ นิตยสารตกแต่งบ้าน หรือแม้แต่การท่องเที่ยว แฟชั่น อะไรก็ได้ครับที่เราชอบ นำมาร่วมกิจกรรมนี้ได้หมด ที่ขาดไม่ได้คือกระดาษแข็งใหญ่ๆ หน่อยเพื่อให้เราสามารถปะรูปหรือเขียนข้อความไปได้ จากนั้นอย่าลืมหากรรไกร และ กาวไว้ด้วย ^^

เริ่มต้นไม่ยาก เพียงแต่นั่งล้อมวงกับเพื่อนสนิทหลายๆ คน เอารูปรถที่ตัวเองชอบ รูปบ้านที่ตัวเองอยากได้ตัดมาให้พอดีกับความต้องการ จากนั้นแปะลงไปในกระดาษที่เตรียมไว้ บรรยายภาพไปด้วย 55 ยิ่งถ้าบรรยายได้ดีผมว่าอินสุดๆ แต่ที่ชอบมากๆ คือเราก็จะแอบเห็นความฝันของเพื่อนๆ เราด้วย สามารถมาแลกเปลี่ยนไอเดียกันได้ผมว่าสุดยอดมากๆ หลายๆ คนถามว่าอ้าวทำไมต้องทำกิจกรรมแบบนี้ด้วย คำตอบง่ายมากๆ ครับ ธุรกิจเครือข่ายเราลงทุนไม่เยอะ จากต่างธุรกิจอื่นๆ หลายๆ ธุรกิจเราเอาเงินเป็นที่ตั้ง ลงเท่าไหร่ได้ผลตอบแทนเป็นหุ้นส่วนเท่านั้น แต่ในธุรกิจเครือข่าย เราเอาฝันเป็นที่ตั้ง อยากได้อะไร อยากได้สิ่งไหน ผมว่านี่แล่ะคือแรงผลักดันที่จะทำให้เราออกไปลุยกับมัน

Moving Trip…Genting by Clover Lucky

3

Posted by admin | Posted in กิจกรรม | Posted on 23-12-2010

ช่วงนี้งานเยอะมากๆ เลยครับ มีโน้นนี่นั้นกับ aimstar ทุกวันเลยไม่ค่อยได้มา update เรื่องราวเลย แต่ไหนๆ ก็พอมีเวลาจะมาแนะนำทริปการท่องเที่ยวที่กลุ่มนะครับ clover lucky by clover group ได้จัดขึ้นมากันเอง โดยมีเงื่อนไขสำหรับคนในกลุ่มเพื่อการเติบโต ซึ่งได้ไปเที่ยวกันในช่วง 10-12 ธ.ค. 53 ที่เกนติ้ง ประเทศมาเลเซีย สนุกมากๆ เลยครับ อยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ฟัง

เริ่มต้นจากผมเองแอบเห่อครับ เลยนะรีบจองรถทัวร์ไปหาดใหญ่ก่อนตั้งแต่คืนที่ 8 เพราะว่าไม่เคยไปหาดใหญ่เลย อยากไปเที่ยวที่ตัวเมืองหาดใหญ่ก่อน ^_^ แล้วโชคก็เป็นใจดันไปรอบใกล้ๆ กับน้องท๊อด ฝ้ายและครอบครัว แต่น้องวิทย์สุดหล่อดันมาไม่ทันรถ ผมเลยสลับไปแทนวิทย์แล้ววิทย์ไปแทนผม มาถึงหาดใหญ่ประมาณ 7 โมงเช้าก็ได้ความกรุณาจากแม่น้องท๊อดมากๆ ที่พาไปพักที่โรงแรมที่รู้จัก ถ้าจำไม่ผิดชื่อ กรีนวิว อยู่ในเมืองหาดใหญ่โดยมีน้องแท๊บและน้องตองล่วงหน้าไปแล้ว แทบแปลกใจมากๆ คือบัตรการไฟฟ้าภูมิภาคลดค่าที่พักที่นี่ได้ด้วยจาก 500 เหลือ 440 บาท สุดยอด 55

ตอนเช้า ม่าม้า ก็พาไปกินร้านติ่มซำอร่อยมากๆ เลยของเต็มโต๊ะไปหมดแต่ด้วยหิวไม่ค่อยได้กินอะไร 55 วินยานปอบเลยสิงกินเกลี้ยงไม่มีเหลือ ตอนเช้าเสร็จกลับมาพักแป๊บนึง ม่าม๊าก็ได้จ้างรถตู้พาไปเที่ยวในตัวเมืองหาดใหญ่ด้วย ไปหาดสมิหลาสวยมากๆ ครับมีรูปปั้นนางเงือก ผมเลยไม่รอช้า 555 ขอมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ใน clover group รีบมาถ่ายกับนางเงือกเลย เอ่ะ เกี่ยวอะไรกัน 55 ตอนเย็นยังได้มีโอกาสไปเกาะยออีกแม่เจ้าเกิดมาไม่เคยเห็นปลากระพงที่ไหนตัวใหญ่ขนาดนี้  เพื่อนๆ คิดดูบอกเอาบอกครึ่งนึงทำนึ่งซี่อิ้ว อีกครึ่งนึงทำนึ่งบ๊วย แค่หัวอย่างเดียวมันก็กลายเป็นอย่างแรกแล่ะ ตามด้วยส่วนหางอย่างเดียวก็เป็นอย่างที่สอง เต็มจานเลย แอบงง แล้วส่วนกลางหายไปไหน =..=

และแล้วถึงวันออกเดินทางก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นจนได้ เพราะว่ามีน้องๆ อีกกลุ่มนึงนั่งรถไฟกันมาจาก กทม. จะมาถึงที่หาดใหญ่ตามกำหนดการ 7.15 น. แต่รถไฟไทยเก่งมากๆ ครับ เห็นว่านานๆ มาทีเลยทดเวลาให้มาถึงโน้นเลย 11 โมง -..- สุดท้ายเลยสายกันเลย ก็ต้องนะครับทำเวลาหน่อยนึงเพราะว่าจะได้ไปถึงเกนติ้งไม่ดึกมาก อย่าลืมนะครับมาเลเซียเวลาไวกว่าไทย 1 ชม. ^_^ เดินทางผ่านด่านจำชื่อด่านไม่ได้โดยรถของประเทศมาเลเซียนั่งสบายเหมือนกันครับ ถนนของมาเลเซียดีมากๆ ครับเพราะว่าเค้ามีแบบ motorway ตั้งแต่เหนือสุดยันใต้เลยเป็นถนนโล่งๆ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างให้เก่ะกะแต่จะมีห้องน้ำเป็นพักๆ ซึ่งห้องน้ำถือว่าดีเลยทีเดียว เกนติ้งนะครับจะอยู่บริเวณรอยต่อของภูเขาเป็นเมืองในภูเขาเลยพูดง่ายๆ โดยคนสร้างเนี่ยเป็นคนจีนเสื่อผืนหมอนใบมาสุดท้ายก็สร้างตัวประสบความสำเร็จจนเป็นมหาเศรษฐีเลย สุดยอดจริงๆ ครับ มาถึงจุดขึ้นรถกระเช้าตอนประมาณ 3 ทุ่มได้ รถกระเช้าสวยมากๆ ครับทางขึ้นไปเหมือนกับกำลังขึ้นไปเมืองในฝันเลย อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ โดยถึงที่เกนติ้งอากาศน่าจะอยู่ราวๆ 15-20 สบายตัวครับไม่หนาวเกินไป ผมเข้าพักที่โรงแรม first world เป็นโรงแรมสีลูกกวาด

เกนติ้งเองมีฉายานะครับว่าเป็นสวิสแห่งเอเชียเลย เนื่องด้วยความที่อากาศหนาวเย็นตลอดปีและที่สำคัญมีหมอกครับ หมอกสวยมากๆ เหมือนเมืองในหมอกในเทพนิยายก็ว่าได้ บนเกนติ้งนั้นมีสิ่งอำนวยความสำดวกครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก หรือแม้แต่คาสิโนที่ใครหลายๆ คนสามารถมาเสี่ยงโชคที่นี่ได้ นอนประมาณเที่ยงคืน รีบตื่นมาแต่เช้าครับ เพราะว่าทางไกด์เค้าได้ซื้อตั๋วสำหรับเล่นเครื่องเล่นบนเกนติ้งไว้ด้วย ^^ น่าสนุกเนอะ ก็ใช้เวลาเล่นตั้งแต่ประมาณ 9 โมงเช้าจนถึงประมาณ 11 โมงครึ่ง สนุกมากๆ บรรยากาศตอนเช้าหมอกลงจัดสุดๆ ได้ฟิวไปอีกแบบ เครื่องเล่นดังๆ ก็มี tower shot ครับเป็นการนั่งขึ้นไปบนหอยคอยสูงๆ แล้วทิ้งตัวลงมา เล่นไป 1 รอบแทบเป็นลม มีไวกิ้งด้วยทีม aimstar เราส่งเสียงร้องได้ดังมากผมว่าคนมาเลคงตกใจ อีกลุ่มนี้มันมาจากไหน 55 มีรถไฟเหาะด้วยครับผมเล่นไป 1 รอบลงมาต้องขอตัวช่วยจะเป็นลม วิงเวียนเป็นที่สุด 55 ลืมเล่าไปครับเมื่อคืนไปดูคาสิโนมาใหญ่พอประมาณแต่เสียดายเค้าห้ามถ่ายรูปเลยไม่มีรูปมาอวด

ออกจากเกนติ้งประมาณ 12.00 น. เวลาที่นั้น มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงกัวลาลัมเปอครับ ^_^ ที่มีสัญลักษณ์คือตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลกนั้นเอง เป็นตึกปิโตนาสที่ใครๆ คงจะเคยได้ยินมา มาถึงปุ๊บเราก็นะรีบมาถ่ายรูปกับตึก 55 กลัวเค้าบอกว่ามาไม่ถึงกัน ไปถ่ายกับพระราชวังกันด้วย เอากระเป๋าเข้าโรงแรมแล้วตอนดึกๆ เราก็ไปต่อกันที่ตลาดไชนาทาว มีของพวก copy ขายเยอะมากๆ แต่ผมว่าแม่สายพม่าสุดยอดกว่าเยอะ เพราะพูดไทยกันรู้เรื่อง อิอิ ว่าจะไปอยู่เหมือนกัน รอบดึกยังมีรอบผู้นำ โดยมีน้องอู๊ดและน้องอิงมาแบ่งปันประสบการณ์ผมว่าเยี่ยมมากๆ เลยครับ ^^ ได้แนวคิดดีๆ อีกแล้ว

ออกจากกัวลาลัมเปอร์แต่เช้าเลย ระหว่างทางได้มีโอกาสซื้อของฝากที่ผมชอบมากๆ คือร้านชอคโกแลต โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบทานเพราะทานแล้วสิวขึ้น แต่ถ้าไม่ติดเรื่องสิว ผมว่าชอคโกแลตเนี่ยเป็นของโปรดผมเลยก็ว่าได้ ถามว่ามันพิเศษตรงไหน พิเศษดิครับร้านนี้มันมีรสชาติแปลกๆ เ ต็มไปหมดเลยไม่ว่าจะเป็น รสพริก *0* รสแกงกระหรี่ แม่เจ้าอันนี้ตะลึงไป 3 วิ มีรสทุเรียนด้วย = = เค้าว่าใช้ทุเรียนสดๆ ทำเลย ผมก็เหมามาขนาดไม่ชอบนะได้ถุงพิเศษจากร้านเพราะเป็นคนที่ซื้อเกิน 2,000 บาท 55 จากนั้นก่อนกลับจะมี duty free อีกกลัวเงินเหลือครับเลยจัดไปอีก 1 ชุดเรียกได้ว่าที่นั่งตอนนี้ไม่มีที่ว่างแม้แต่ขาตัวเองแล้ว 55 หลายๆ คนบอกพี่กรไหนบอกไม่ซื้อ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเหมือนมีอะไรสิงอ่ะครับ -..- กลับมาถึงหาดใหญ่ประมาณ 6 โมงเย็น ผมก็นั่งเครื่องกลับครับกับน้องโอ้ ไดมอนสตาร์เรา ถึงบ้านประมาณ 5 ทุ่มได้ สนุกจริงๆ ครับทริปนี้ ^^ อยากให้กลุ่ม clover lucky เราไปกันอีกจัง

สร้าง profile ให้ตัวเองในช่วงเริ่มแรก

0

Posted by admin | Posted in เรียนการเริ่มธุรกิจ | Posted on 17-12-2010

ผมเชื่อว่านะครับ มีเพื่อนๆ หลายท่านเลยน่าจะเคยมีความคิดที่ว่า เนี่ยอยากจะพา UL คนนี้ไปช่วยเราสปอนเซอร์เพื่อนเราจัง เพราะรายได้เค้า หรือ profile เค้าน่าจะกระชากใจเพื่อนเราได้ ผมเองก็เคยคิดแบบนี้ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำ aimstar แต่เมื่อวันที่ 10-12 ธ.ค. 53 กลุ่ม clover lukcy เราได้มีโอกาสกลับที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวกันเองภายในกลุ่มที่ genting ประเทศมาเลเซีย โดยมีน้องอู๊ดและน้องอิง Diamond Star ได้มีโอกาสมาแบ่งปันเรื่องราวงานนี้ ซึ่งผมว่าสุดยอด คือการสร้าง profile ให้ตัวเราเองโดยไม่ได้เน้นที่จำนวนเงิน ซึ่งคนที่พูดเองคือน้องอู๊ด ผมว่าสุดยอดมากๆ เลย

ถามว่าการที่เราจะสร้าง profile ให้ตัวเราเองได้น้องอู๊ดบอกว่าจริงๆ มันประกอบด้วยสิ่ง 3 สิ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งแรกคือ

1. ความรู้

 

เพื่อนๆ ลองจินตนาการดูสิครับ หลายๆ ครั้งที่เราเริ่มเข้ามาทำ aimstar โดยคิดว่า เฮ้ยต้องรอนะรายได้เท่าโน้นเท่านี้ก่อน เราเองพึ่งนะเดือนแรกได้มา 1,500 เอง เพื่อนที่ทำงานรายได้ 20,000 บาทไม่กล้าไปชวนเพราะคิดว่ารายได้เราไม่น่าจะไปเปิดใจเค้าได้ จริงๆ แล้วเพื่อนลืมไปครับว่า ไม่ใช่รายได้เรื่องเดียวหรอกครับที่สำคัญ แต่ความรู้นี่แล่ะที่ผมว่าสุดยอดมากๆ ถ้าเพื่อนๆ นะครับเป็นคนที่มีข้อมูลพูดง่ายๆ ทำมาพึ่ง 2 อาทิตย์ เขียนแผนเองโคตรโปรเลย ผมว่าเพื่อนๆ แอบ งง เฮ้ย แกนี่เอาจริงขนาดนี้เลยเหรอ ข้อโตแย้งตอบได้อินมากๆ แน่นอนครับการตอบข้อโต้แย้ง ต่อให้นะครับเราเองอ่านชีทข้อโต้แย้งไป แน่นอนเลยมันต้องมีบางส่วนที่ไม่มีในนั้นแล้วเราตอบเพื่อนเราไม่ได้ แต่เชื่อป่าวครับ ถ้าเราเป็นคนที่ใส่ใจ อู๊ดบอกมั้นใจเหลือเกินเราจะกลับไปขวนขวายพยายามหาคำตอบ สุดท้ายคำถามนี้ถ้าเจอคราวหน้าก็จะสามารถตอบได้แน่นอน ความรู้นี่นอกจากข้อโต้แย้งแล้ว ยังรวมถึงสถิติที่น่าสนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าตลาดอุปโภคบริโภค หรือไรก็ตามที่เป็นส่วนประกอบในการพูดของเราน่าเชื่อถือ ผมว่าเพื่อนๆ ที่เราไปชวนสัมผัสได้แน่นอน นอกไปจากนี้ยังรวมถึงความรู้ในตัวสินค้าด้วย อาจจะเป็นการอ่านหนังสือ หรือค้นคว้าเพิ่มเติมเอง ผมว่าความรู้พวกนี้แล่ะ จะเป็นตัวกระชากใจเพื่อนเราจริงๆ ว่าเนี่ยเราเองเอาจริงนะ แล้วตั้งใจเรียนรู้ขนาดไหน

2. ความพยายาม

 

อันนี้บอกตรงๆ ว่า หลายคนแอบงงว่า ความพยายามมันเกี่ยวไรกับ profile เราด้วย หลายคนเคยคิดป่าวครับ เนี่ยอยากให้ทีมงานใจสู้มากกว่านี้จัง อยากให้อดทนอีกหน่อย เชื่อป่าวครับ ถ้าเราอยากให้เค้าเป็นแบบนั้น ผมว่าตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน เราจะบอกให้เค้าทำได้ไงครับ ถ้าเราเองยังไม่เคยทำ น้องอู๊ดตอนแรกๆ ที่ผมเคยเจอน้องเค้าจำได้ว่าเค้าเคยบอกว่า เค้าเองป่วยหนักแต่วันนั้นทีมงานมีเคสตัวเองต้องนั่งมอไซด์เปียกฝนไปช่วยทีมงานสปอนเซอร์ แน่นอนเลยผมว่าทีมงานอู๊ดคนนั้นน่าจะสัมพัสได้เลยครับว่า UL เค้าพยายามขนาดไหน ทุ่มเทขนาดไหน ผมเองเคยครับ ขับรถไปพิษณุโลกตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปเจอกลุ่ม DL คนนึง ทำหน้าที่เสร็จกลับรถมาที่ กทม. อยากนอนมากๆ แต่ตอนเย็นมีนัดเคสของทีมงานต่อ ผมเองบอกตรงๆ ว่าก็ขอลุยเต็มที่ เนี่ยและครับการจะสร้างความน่าเชื่อถือหรือสร้างใจให้ทีมงาน ผมว่ามันก็เริ่มที่ตัวเองด้วย บางคนบ้านไกล รถติด ก็ไม่มา center เราเองหละครับเป็นแบบนั้นหรือป่าว ถ้าเราไม่เป็นผมว่า เราสามารถเอาเรื่องแบบนี้แล่ะครับเป็น profile ของตัวเองได้เลย เช่น บ้านอยู่มีนบุรี แต่นั่งรถเมล์มาเรียนรู้ที่ center นานาไม่เคยขาด ผมว่านี่แล่ะครับสุดยอด profile เลย

3. ความสำเร็จ

 

พูดมาถึงตรงนี้หลายคนบอก อ้าวสุดท้ายก็จบด้วยเรื่องเงินๆ ทองๆ เหมือนเดิม แต่อย่างพึ่งด่วนสรุปครับ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่เยอะหรือน้อย แต่อยู่ที่เพื่อนๆ เอาความสำเร็จที่ได้รับตั้งแต่ช่วงเดือนแรกๆ ไปขายให้เพื่อนๆ ฟังได้ยังไง เริ่มต้นจากแนวคิดบวกขอตัวเราเองเลย สมมุติเลยครับ เราได้เดือนแรก 2,300 เดือนที่สอง 4,000 เพื่อนเราเงินเดือน 5 หมื่นบาท หลายคนบอกใจแป้วแล่ะ คงชวนเพื่อนไม่ได้หรอก แต่ลองคิดกลับกันว่าเราสามารถเอาตัวเลขสองเดือนแรกไปบอกเพื่อนยังไงมากกว่า แน่นอนรายได้มันน้อยกว่างานประจำเค้าแน่ๆ แต่เราสามารถขายอัตราการเติบโตให้เพื่อนๆ เราได้นี่ครับ นี่แกดูสิทำมา 2 เดือน เดือนล่าสุดได้ 4,000 บาท แกลองคิดดูนะทำงานประจำรายได้กว่าจะขึ้นปีๆ นึง 2,000 บาท ก็ดีใจจะแย่แล้ว แต่แกดูการเติบโตสิแค่เดือนแรกเราก็มีรายได้มากกว่ารายได้ขึ้นของงานประจำทั้งปีแล้วนะ ที่สำคัญเดือนที่ 2 รายได้เรากระโดดขึ้นไปอีกกว่า 100% เลย แกคิดดูเนี่ยแค่ 2 เดือนแล้วถ้าทั้งปีหละ เรานะมั่นใจสุดๆ ภายในเวลา 12 เดือนเราสามารถสร้างรายได้หลักแสนแน่นอน เป็นไงครับผมว่าพูดแนวนี้ดูมีมิติแล่ะเพื่อนเห็นภาพความสำเร็จมากกว่าเยอะเลย ทั้งๆ ที่รายได้เราก็ไม่ได้เยอะแค่หลักพัน แต่ผมว่าสำคัญที่เราไปขายภาพความสำเร็จยังไงต่างหาก

^^ หวังว่าเพื่อนๆ ใหม่หลายคนที่มีปัญหาในเรื่องไม่ค่อยกล้าจะไปนัดเพื่อน เพราะแค่คิดว่าตัวเองมีรายได้น้อย ลองนะครับเอา 3 ข้อที่น้องอู๊ดบอกไปใช้ ผมว่าน่าสนใจมากๆ เลย

งาน The Winner ครั้งที่ 45

5

Posted by admin | Posted in กิจกรรม | Posted on 15-11-2010

 

ผ่านไปแล้วนะครับสำหรับงาน The Winner ครั้งที่ 45 =..= ผมเองยุ่งๆ เลยไม่ค่อยได้มีเวลามาอัพข้อมูลในเวป วันนี้กลับมานั่งฟังงาน The Winner จากที่อัดเสียงอีกรอบจะมาเล่าบรรยากาศภาพรวมให้เพื่อนๆ บางคนที่ไปและบางคนที่อาจจะพลาดโอกาสสุดยอดครั้งนี้ เริ่มด้วยผมก็ตื่นเช้าเหมือนเดิมครับเพราะต้องการจะมานั่งหน้าๆ เพราะอย่างที่รู้การนั่งหน้าๆ เนี่ยสุดยอดมากๆ ได้ใกล้ชิดกับคนพูดบนเวทีเสียงก็ดี มองเห็นก็ชัด ^^ มาถึงเมืองทองตั้งแต่ 7 โมงไปยืนต่อคิว ผมว่าผมมาเช้านะ UL เจ้าเอมาตั้งแต่ยังไม่ 7 โมงยืนอยู่หน้าสุดเลย 5555

เริ่มงานด้วยคุณหมอครับมากล่าววิสัยทัศน์ของบริษัท aimstar และบอกว่า aimstar จะมีตำแหน่งระดับขั้นความสำเร็จเพิ่มอีก > < สุดยอดอ่ะครับ ต่อมาด้วยคุณหมอพนินทร์มากล่าวถึงวิธีคิดในการจะทำ aimstar ผมว่าดีมากๆ เพราะว่าถ้าใครหลายคนเปิดใจฟังที่คุณหมอพูดแล้วหันกลับมาทำความเข้าใจกลับตัวเอง ผมว่าเค้าเองถึงไม่ทำ aimstar แต่จะมีมุมมองดีๆ สำหรับชีวิตเค้าเพิ่มขึ้นแน่นอน

คุณหมอได้มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดในการดำเนินชีวิต ซึ่งผมว่าดีมากๆ ครับ อย่างน้อยๆ คนที่มางาน the winner ครั้งนี้ครับ ทำหรือไม่ทำ aimstar แต่คุณหมอบอกเชื่อได้ว่าเค้าจะมีโอกาสได้รับฟังเสียงของตัวเอง ถามว่าการมีปัญหาในชีวิตเป็นสิ่งที่ดีหรือป่าว คุณหมอบอกว่าดีมากๆ ครับหลายท่านอาจจะงงๆ ว่าดียังไง ดีมากๆ เพราะว่าถ้าเรารู้ว่าตัวเรามีปัญหาอยู่ อย่างน้อยๆ ยังคิดได้ครับ เป็นสัญญาณของการมีชีวิตอยู่ ขึ้นอยู่กับเราแล้วหละครับที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะมันหรือป่าว คุณหมอให้เราลองกลับไปนั่งนึกๆ ดูครับ การที่เราไม่มีความสุขหรือมีปัญหาเนี่ยสุดท้ายมันก็เกิดจากตัวเราเอง ลองนั่งทบทวนว่าแล้วอะไรที่เป็นสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น คุณหมอพูดดีมากๆ ครับ การแก้ปัญหาจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราตั้งใจทำมันจริงๆ

  • จำได้ไหมครับ เดือน ม.ค. ปี 53 ชีวิตเราเป็นแบบไหน ผ่านมาตอนนี้ 10 เดือนเป็นยังไงบ้าง
  • แต่ถ้าเราเองบอกคุณหมอการเปลี่ยนแปลงชีวิตมันต้องใช้เวลาเป็นปีๆ 3 ปีที่แล้วปัญหาเราเป็นแบบไหน ตอนนี้แก้มันได้หมดหรือยัง
  • ถ้ายังบอกว่า 3 ปีแก้ปัญหาไม่ได้หรอก ลองมองย้อนกลับไป 10 ปี 20 ปี ผมชอบคำพูดนี้มากๆ ว่า “แล้วคุณจะหวาดผวามากๆ ว่าผ่านมา 30 ปีคุณยังแก้ปัญหาอะไรไม่ได้สักอย่าง”

บางทีครับเราเองยังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าเรานะครับเป็นคนนึงที่ลองเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น จะทำให้เราเจอโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ผมชอบประโยคนี้มากๆ คุณหมอบอกว่าไม่ได้คิดนะครับว่าทุกคนบนโลกนี้ต้องทำ aimstar ทุกคน แต่คิดว่าใครบางคนที่เจอโอกาสที่ชื่อว่า aimstar แล้วตั้งใจมาศึกษาเรียนรู้ เค้าจะเป็นคนๆ นึงครับที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้

ช่วงเช้าคนที่ผมประทับใจมากๆ คือเภสัชกรน้ำหวานครับ ที่เค้าเป็นคนนึงที่รู้จัก aimstar มานานแต่ก็ไม่เคยคิดจะเข้ามาทำ จนกระทั้งเค้าตั้งท้องอ่ะครับ รู้สึกอยากจะทำอะไรเพิ่ม รายได้ที่เคยได้จากการเป็นดีเทลยาพอถึงตอนต้องลาคลอดรายได้ก็ลดลงไปมากๆ ลองเข้ามาศึกษา aimstar นะครับระหว่างตั้งท้องสามามารถเป็น Ruby star ได้ภายใน 4 เดือนผมว่าคนนี้สุดยอดแรงบันดาลใจเลย

ก่อนพักเที่ยงยังมีโอกาสได้เห็นการส่งมอบโอกาสดีๆ นะครับของมนุษย์เงินล้าน 4 รหัส เริ่มจากพี่นิธิโรจน์ ไปยังพี่ณัฐวิชช์ ไปถึงพี่ปภณทัช และคนสุดท้ายมนุษย์เงินล้านคนที่ 10 คุณสาธิตอ่ะครับ ^_^ สุดยอดมากๆ เลย

งาน VIP OPP @ สภาคริสจักร 8 พ.ย. 53

3

Posted by admin | Posted in กิจกรรม | Posted on 08-11-2010

ก็เป็นการวมตัวจัด VIP OPP ของกลุ่ม clover lucky นำโดยน้อง อู๊ดและน้องอิงๆ รวมกับกลุ่มของน้องหวายน้องเต้ clover gen ซึ่งบรรยากาศเป็นไปสนุกมากๆ เพราะว่าจะมีการจับฉลากผู้โชคดีที่จะได้ไปเที่ยวเกาะมัลดีฟกับ clover group สุดยอดมากๆ T_T เสียดายไม่มีสิทธิ์ในการจับ งาน VIP OPP ครั้งนี้จัดที่สภาคริสจักรตรงราชเทวีนี่เอง การเดินทางก็สะดวกมากๆ ครับเพราะ BTS ถึงเลย วันนี้ที่ผมมาตั้งใจฟังคืออยากจะมาฟังน้องเต้พูด why i join และ why network ซึ่งหลายๆ คนน่าจะประทับใจเนื้อหาที่น้องเต้เป็นคนพูดแน่นอน เพราะดูง่ายๆ แถมแทรกมุขตลกเข้าได้ไปอย่างลงตัว ที่สุดยอดมากๆ คือการเอาทฤษฎี Maslow’s ที่เป็นทฤษฎีเกี่ยวกับความต้องการของมนุษย์มา link กับเนื้อาหาของ aimstar ^_^ แจ่มจริงๆ และจบด้วยน้องอู๊ดเป็นคนพูดแชร์ประสบการณ์ก่อนจบงาน ตามด้วยการจับฉลากผู้โชคดีได้นะครับไปมัลดีฟแยกเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 1 รางวัล T_T อยากให้เป็นเราชะมัด แต่โชคก็เข้าข่างทีมผมเมื่อมีการจับฉลากของพิเศษเป็นน้ำมันรำข้าว 1 แพค และเดอมารีน 1 แพค สุดท้ายน้องเพ็ญ bronze star ใหม่เดือนที่ผ่านมาอาศัยนะครับโชคช่วยกับเลขที่นั่งที่พอดีเป่ะๆ ส่งผลให้ได้รางวัลกลับบ้านไปเป็นที่เรียบร้อย  ^^

เทคนิคการเป็นผู้แชร์ประสบการณ์ที่ดี ควรทำอย่างไร

1

Posted by admin | Posted in เรียนการเริ่มธุรกิจ | Posted on 03-11-2010

เป็นเนื้อหาดีๆ นะครับที่ผมได้จากการไป camp gold star up ของกลุ่ม clover group และกลุ่ม together plus จัดร่วมกันเมื่อคราวโน้น โดยเนื้อหาในส่วนนี้น้องทอมเป็นผู้มาสอนเองเลย เกี่ยวกับการเป็นผู้พูดหรือ guest speaker ที่ดี ควรมีอะไรบ้าง โดยหลักๆ แบ่งเป็น 4 ส่วน เพื่อนๆ ลองอ่านและคิดตามไปด้วยนะครับ สมมุติว่าเราจะต้องขึ้นพูดบนเวทีใหญ่ๆ อย่าง VIP OPP, งาน The Winner หรือแม้แต่งาน Camp ของกลุ่มตัวเอง

1. แนนะตัวเอง

  • มีความสำคัญมากว่าเพื่อนๆ จะสามารถขายจุดเด่นของตัวเองยังไง โดยถ้ามาประยุกต์กับที่ผมเคยเรียนมาจากน้องหวายคือ ไม่ชีวิตที่เป็นอยู่มันดีสุดๆ ก็แบบมันแย่สุดๆ ไปเลย แล้วถึงจะมีจุดเปลี่ยน
  • แนะนำชื่อ ชื่อเล่นสั้นๆ อาชีด รายได้ ระยะเวลาที่ทำธุรกิจ aimstar มา
  • ปัญหาในการเริ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นไม่มีเงิน ไม่มีเวลา แฟนว่า แม่หวง ประมาณนี้ครับ คือไม่ดีสุดๆ แบบชีวิตดีสุดๆ ก็ให้แย่สุดๆ ไปเลย
  • สำคัญมากๆ จุดเปลี่ยน จุดเอะใจ จุดเปิดใจหรือสิ่งที่ทำให้เห็นความคุ้มค่าในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกงานประจำตอบโจทย์ชีวิตเริ่มไม่ได้, ปีที่แล้วเงินเดือนทั้งปีขึ้น 200 บาท, เริ่มเจอวิกฤตในชีวิต หรือแม้แต่มองเห็นโอกาสพูดง่ายๆ มีวิสัยทัศน์ที่ดี
  • อยากเริ่มทำแล้ว แล้วจุดไหนที่ทำให้ตัดสินใจสุดๆ หรือตัดสินใจที่จะสำเร็จในธุรกิจ aimstar

2. วิธีการและแนวคิดในการทำ Aimstar

  • ใส่แนวคิดดีๆ ในการทำธุรกิจ aimstar ลงไป ไม่ว่าจะเป็น 3 คิด 3 ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Center แต่ละที่ได้ทำการปลูกฝังอยู่แล้ว
  • คำคมต่างๆ เช่น “มองว่าธุรกิจนี้เป็น Asset” หรือแม้แต่คำคมขำๆ เช่น “ทำใจต้องใช้เวลา แต่ทำ aimstar ต้องใช้ระบบ” >..< สุดยอดเลยอันนี้ผมชอบมากๆ

3. การทำงานหนัก (ทำให้เกิดแรงหวี่ยงในองค์กร)

  • ยกตัวอย่างเช่น การทำธุรกิจในช่วงเริ่มแรก จำนวนคนที่ออกไป SP และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการออกไปทำเนื้องานอย่างหนัก
  • เล่าถึงเนื้องานประจำวัน อาจจะเป็นเดือนนี้วางเนื้องานยังไงบ้าง หรือแม้แต่เคสที่ออกไปทำแล้วประทับใจสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนตัวหรือของทีมงาน
  • การทำหนัก จนกระทั้งมาเจอผู้นำ ไม่ว่าจะเป็น SP ไปเกือบ 20 คนจนมาเจอคนที่เอาจริงๆ สุดและช่วยให้เค้าเป็น Gold star ทำให้เรา moving up เป็น Platinum
  • สรุปสิ่งที่เราเคยทำมา จนทำให้เราประสบความสำเร็จได้
  • การเจอปัญหา และการแก้ไขปัญหา เช่นโทรปรึกษา UL ตลอดตอนที่มีปัญหา การกรุปคนในองค์กรมานั่งคุยเกี่ยวกับทิศทางขององค์กร

4. ลำดับขั้นความสำเร็จ

  •  เป็นการเล่าลำดับขั้นง่ายๆ เช่นจำนวนเดือนที่ทำ รายได้แต่ละเดือน หรือแม้แต่จำนวนคนในงานต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
  • สิ่งที่ได้รับอื่นๆ เช่นการท่องเที่ยว เวลา หรือแม้แต่การแบ่งปันความสำเร็จให้คนอื่นๆ
  • จบท้ายด้วยนิทาน หรือเรื่องราวเปรียเทียบดีๆ สักเรื่อง

เป็นไงบ้างครับ เนื้อหาการเป็นผู้แชร์ประสบการณ์ที่ดี ผมว่าเพื่อนๆ สามารถนำเนื้อหาอันนี้ไปประยุกต์กับการเรื่องราวการทำธุรกิจ aimstar ของตัวเพื่อนๆ เองได้แน่นอนครับ

งาน clover lukcy camp ครั้งที่ 1

2

Posted by admin | Posted in กิจกรรม | Posted on 18-10-2010

ในที่สุดผมก็จัดการแก้ไขเวปเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ^_^ ใช้เวลาไป 2 อาทิตย์กว่าจะหาข้อผิดพลาดใน mod.security ของตัว host เจอ เดี๋ยวผมจะรีบเขียนงาน camp ครั้งล่าสุดโดยไวพร้อมนะครับ อีกไม่กี่วันจะสิ้นเดือนแล้วขอให้เพื่อนๆ ชาว clover wing ทุกคน ^_^  เต็มที่นะครับ promotion เดือนนี้สุดยอดจริงๆ ลุยๆ นะครับ

เรานะครับออกเดินทางกันประมาณ 6.00 น. ตามแผนกำหนดการที่เตรียมไว้ ผมเองตื่นตี 4 กลัวตกรถ 555 ตอนเช้าฝนก็ตกปรอยๆ ครับ แต่พอดีรถคันที่ 5 มาช้านิดหน่อย ทำให้เราไปถึงรีสอร์ทกันช้ากว่ากำหนดการนิดนึง ไปถึงน้องอิงๆ กับอู๊ด ก็กล่าวเปิดงานครับและบอกเพื่อนๆ ใหม่หลายคนที่มา camp เป็นครั้งแรกว่า 2 วัน 1 คืนนี้เราควรจะทำอะไรบ้าง ^_^ เสร็จจากการกล่าวต้อนรับก็เป็นช่วงเรียกว่าที่ทุกคนรอคอย =..= รับประทานอาหารกลางวัน อร่อยมากๆ ครับที่รีสอร์ท จำนวนคนมา camp clover lucky ครั้งที่ 1 ประมาณ 300-400 คนผมว่าตัวเลขกำลังดีเลย คือไม่มากเกินไปสามารถดูแลกันได้ทั่วถึง และเวลารับประทานอาหารใช้เวลาไม่นาน ช่วงบ่ายเป็นการเรียกว่าแบ่งห้องโดยแบ่งเป็น 3 ห้อง ห้องคนใหม่ 1 ห้อง HB-GL อีกห้องนึง และห้อง plat up ก็อีกห้องนึง ผมว่าเนื้อหาแต่ละห้องสุดยอดทั้งนั้น

ที่สุดยอดกว่านั้นมีเกสมาแชร์ประสบการณ์ในงาน camp เราด้วยไม่ใช่ใครครับว่าที่หลักล้านคนที่ 9 ของ aimstar น้องหนุ่ม สาธิตจากกลุ่ม ICDS ผมว่ามุมมองน้องเค้าดีมากๆ เค้าเองสปอนเซอร์ไปร่วม 475 คนมีคนที่เป็นลูกเค้าประมาณ 75 คนผมว่าตัวเลขนี้คงจะแสดงให้เห็นว่าถ้าเราเป็นคนนึงที่ไม่หยุดงานพื้นฐาน ผมว่ายังไงเราก็ประสบความสำเร็จแน่นอนครับ เพราะน้องหนุ่มเองยังบอกว่าถึงปัจจุบันน้องหนุ่มจะมีรายได้ขนาดนี้แล้ว แต่บางทีก็ใช้ว่าจะชวนเพื่อนได้ตลอด ก็ยังมีหลายครั้งๆ ที่ไปแนะนำ aimstar ให้เพื่อนๆ แต่เพื่อนๆ ก็ยังปิดใจแต่น้องหนุ่มคิดเสมอครับว่าไปให้ ผมว่านี่แล่ะสำคัญ นอกไปจากนี้ยังมีแนวคิดดีๆ ในการทำธุรกิจหลายๆ อย่างมาแบ่งปัน เรียกได้ว่าทุกคนประทับใจน้องหนุ่มสาธิตมากๆ ไม่แปลกเลยครับที่น้องเค้าจะมีรายได้หลักล้านในปีนี้ 100%

จบจากการเรียกว่าแบ่งเนื้อหาเรียนกันแล้วก็มาถึงช่วงเวลาอาหารเย็น และพักเบรคนำกระเป๋าไปเก็บไว้ตามห้อง พร้อมถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม ไว้วันนึงเราเป็น ruby หรือประสบความสำเร็จกันเมื่อไหร่จะได้มีรูปมารำลึกความหลังกัน > < พวกกลุ่มผมก็ไม่มีใครยอมใครครับ คว้ากล้องแอ๊คท่ากันสุดฤทธิ์ ไม่ธรรมดาจริงๆ = =” ช่วงนี้ฝนตกลงมาหนักเลยครับแต่กลุ่ม clover lucky เราก็ยังจัดการแข่งบอลด้วย เรียกว่างานนี้เตะบอลไม่มีใครยอมใคร สนุกมากๆ ครับ

ช่วงก่อนนอนเป็นช่วงที่ตื่นเต้นมากๆ เพราะเป็นช่วงแสดงความยินดีกับคนที่มูฟตำแหน่งในเดือนที่ผ่านมา ^_^ ตื่นเต้นมากๆ ครับ และที่ขาดไม่ได้น้องท๊อดและฝ้าย ได้ออกแบบประกาศนียบัตรแสนน่ารักทำให้แก่เพื่อนๆ ที่มูฟตำแหน่งกัน > < ผมว่าเป็นไอเดียที่ดีมากๆ หลายๆ คนผมว่าได้ประกาศนียบัตรนี้ไปก็ประทับใจครับถึงจะเป็นแค่ bronze star แต่ผมว่ามันดูมีค่ามากๆ เลย โดยเฉพาะคนที่เป็น ruby ใหม่ขึ้นไปก็ได้มีโอกาสเรียกว่ามาแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ผมประทับใจหลายๆ คน แต่คนที่ประทับใจมากๆ และผมว่าคนไปงานนี้ก็ประทับใจเค้าคนนี้เช่นกัน คือน้องโอ้เลย ผมเป็นคนนึงนะที่เวลาท้อๆ ผมชอบเปิด file เสียงโอ้ฟัง แล้วรู้สึกว่ากลับมาได้ทุกครั้ง เรียกว่าน้องจากโอ้จะเป็นคนที่สร้างเครือข่ายได้เก่งแล้ว ผมว่าที่สำคัญมากๆ คือสร้างใจ ไม่แปลกครับมีแต่คนรักโอ้ ผมเองยังรักน้องเค้าเหมือนน้องคนนึง และก็ให้เกียรติเค้าเหมือนเค้าเป็นรุ่นพี่ผมในธุรกิจนี้

ก่อนนอนเป็นช่วงเรียกว่าสุดๆ เพราะจะเป็นช่วงที่กลุ่ม clover wing เราได้ after แบบเต็มๆ ไม่รอช้าที่จะส่งคนที่เรา focus ขึ้นเวทีครับ เพราะผมว่าเวทีเล็กๆ ในการ after นี่แล่ะ จะเป็นตัวพัฒนาความเป็นผู้นำของทีมเราในอนาคตเลย ผมเองก็โตมาจากวง after เล็กๆ จนไปถึงการทำหน้าที่ใน center บรรยากาศ center เรียกว่าตกผลึกกันสุดๆ หลายอย่างที่ผมได้มาก็เก็บจากวง after นีแล่ะครับ จากนั้นก็ถึงเวลานอน แต่ยังนอนไม่ได้ 555 เพราะมีรอบ after กลุ่มย่อยในห้องนอนอีก ^^ เต็มที่จริงๆ ครับวันนี้

ตื่นเช้ามา 7 โมงไม่รอช้าครับ เดินออกไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ หุหุ สวยดีครับ โชคดีทีมผมมีน้องๆ เล่นกล้องถ่ายกันเรียกว่าจากผมโทรมๆ เป็นโดมได้เลย 555555555 ไม่ธรรมดา =..= ช่วงเวลา 1 วันก่อนกลับมีกิจกรรมดีๆ มากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นทริป USA ที่จะเริ่มเก็บคะแนนในเร็ววันนี้ว่าน่าไปขนาดไหน นอกไปจากนั้นก็มีการแชร์ประสบการณ์ดีๆ อ่ะครับ จากผู้ประสบความสำเร็จหลายๆ คนเลย

และแล้วก็มาถึงช่วงก่อนกลับสนุกๆ มากๆ เพราะจะเป็นช่วงประกาศเป้าหมายใครๆ คิดว่ามันสนุกขนาดไหนหรือตื่นเต้นขนาดไหนผมว่า ต้องมาเองครับ น้องท๊อดและน้องฝ้ายทำประกาศนียบัตรตำแหน่งต่างๆ น่ารักมากๆ เลยอ่ะ ผมอ่ะรู้สึกว่าน้องเค้าเป็นเด็กวัยรุ่นที่มีแนวคิดดีมากๆ เรียกว่านะครับเป็น idol ผมเลยเหรอ เราแยกย้ายกันกลับประมาณ 5 โมงเย็น ระหว่างทางบนรถบัสมีกิจกรรมที่สนุกมากๆ อีกอย่างนึงคือการ after บนรถบัสเรียกว่าผมโชคดีสุดๆ ที่คนเป็น MC คือน้องโอ้เองเลย ^_^ สนุกมากๆ ครับ clover lucky camp ครั้งนี้

8 รู้สำหรับการดูแลคนในที่ประชุม

1

Posted by admin | Posted in เรียนการเริ่มธุรกิจ | Posted on 13-10-2010

^^ ก่อนอื่นก็คงต้องออกตัวเหมือนทุกๆ ครั้งว่าเนื้อหาส่วนนี้เป็น การตกผลึกทางความคิดของว่าที่ไดมอนเดือนนี้ล้าน % คือน้องโอ้นั้นเอง น้องเค้าได้มาแชร์ประสบการณ์จากการที่เค้าทำเนื้องานมาว่า เนี่ยการดูแลคนในที่ประชุมไม่ว่าจะเป็นงานใหญ่ๆ เช่น the winner, VIP OPP, Camp หรือแม้แต่การเข้าคอร์สต่างๆ ที่จัดโดยกลุ่ม เราเองในฐานะที่เป็นผู้นำหรือเริ่มมีองค์กร จะดูแลองค์กรเรายังไง น้องโอ้ได้สรุปไว้ดีมากๆ ครับ ชื่อว่า 8 รู้ ในการดูแลคนในที่ประชุม

  1. รู้งาน: รู้ว่างานที่จัดเนี่ยคืองานอะไร เริ่มกี่โมง จัดที่ไหน ถ้าเป็นงาน vip opp ใครนะที่เป็นคนที่ขึ้นแชร์ประสบการณ์ เราจะได้สามารถโปรโมตเพื่อนๆ ใหม่ของเราก่อนได้ หรือแม้แต่การจัดคอร์ส training คอร์สนั้นจัดมาเพื่อใคร เช่น คอร์ส BTC เป็นสำหรับคนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ๆ อันนี้ใครๆ ก็เข้าได้ แต่บางคอร์สมีเนื้อหาที่เข้มข้นเช่น คอร์ส Bronze up แล้วเพื่อนๆ หลายคนไม่รู้ดันไปพาเพื่อนใหม่ๆ มาซึ่งน้องโอ้บอกว่าบางทีมันก็ไม่ work เพราะเพื่อนๆ เรากลายเป็นอึ้งกับเนื้อหา มันต้องขนาดนี้เลยเหรอว่ะ ซึ่งผมว่าสำคัญจริงๆ ครับว่า เราควรรู้งานนี้ เหมาะกับใคร
  2. รู้เวลาที่เค้าควรมา: หลายครั้งที่เราเคยนัดเพื่อนๆ ใหม่มางานต่างๆ เช่น the winner หรือ vip opp เราเองรู้เวลางานเริ่มอยู่แล้ว แต่ชอบนัดเพื่อนๆ ตรงกับเวลาเริ่มงานพอดีเป่ะเลย น้องโอ้บอกว่า จริงๆ แล้วเราควรจะนัดเพื่อนๆ ใหม่มาก่อนเวลาสัก 45 นาที อย่างน้อยๆ จะได้เล่าเรื่องราวว่า เอองานวันนี้นะเค้าจะเจออะไรบ้างในงาน ที่สำคัญยังสามารถนำไปรู้จักเพื่อนๆ ในทีมหรือ UL คร่าวๆ ก่อนเข้างานได้ ^_^
  3. รู้ว่าเค้าติดปัญหาอะไร: น้องโอ้บอกว่าสำคัญมากๆ เพราะคนที่จะรู้จักคนที่เราพามามากที่สุดก็คือตัวเราเอง เราจะได้นำข้อติดขัดของเค้าไปถามนำกับ UL เพื่อเคลียแนวคิดอาจจะเป็นตอนหลังเลิกงาน หรือก่อนเริ่มงาน เช่นงาน VIP OPP ถ้ามีทีมงานพาเพื่อนใหม่มาให้รู้จักน้องโอ้ น้องโอ้มักจะชอบพูดว่า อย่าพึ่งรีบกลับนะครับ เดี๋ยวตอนเลิกถ้ามีข้อสงสัยอะไร เดี๋ยวจะได้มาเคลียร์กับผม พูดแบบนี้ไปผมว่าเพื่อนใหม่บางท่านฟังแล้ว มันก็เหมือนสัญญาใจเล็กๆ อ่ะครับว่า เออก็สัญญากับน้องโอ้ไว้ จะหนีกลับก่อนก็ไงก็ไม่รู้ > <
  4. รู้ที่นั่งของเค้า: อันนี้ผมว่าสำคัญเลย บางทีเราเองพาเพื่อนๆ มาคอร์สหรือมางานแล้วเราก็รีบส่งๆ เค้าไปนั่งโดยไม่ได้ใส่ใจว่า เอ เพื่อนเราเนี่ยนั่งข้างใคร ตรงไหน ถ้าเป็นผมเหรอครับ ผมมักจะให้เพื่อนๆ ใหม่ของผมนั่งหน้าเสมอๆ คือผมว่านั่งหน้าอ่ะได้เปรียบหลายๆ อย่าง มองก็ชัด บรรยากาศก็ตื่นเต้น มีโอกาสนะครับจับมือกับคนพูด ผมว่าสุดยอดเลย ยิ่งถ้าผมเองฝากฝังนั่งข้างๆ SL ที่มี profile คล้ายๆ เค้าแล้วให้เค้าได้มีโอกาสคุยกัน ผมว่าเยี่ยมมากๆ ^^
  5. รู้บรรยากาศ: คือน้องโอ้บอกว่าต้องหูไว ตาไวครับ ว่าเนี่ยตอนนี้เพื่อนๆ เราเค้าเป็นไงบ้าง ตัวอย่างง่ายๆ เลยครับพาเพื่อนใหม่ไปงาน the winner แน่นอนครับว่าเพื่อนๆ ใหม่อาจจะแอบหลับ เราเองอ่ะครับ ต้องหูไว ตาไวว่าตอนนี้เพื่อนเราเป็นไงบ้าง ไหนๆ เค้าก็มาแล้ว ผมว่าควรใส่ใจถ้าเห็นเค้าเริ่มจะหลุดบรรยากาศ เราเองต้องรีบดึงเค้ากลับมาเช่น ไกด์นำว่าสิ่งที่วิทยากรกำลังพูดอยู่เค้าต้องการสื่ออะไร หรือเล่าเรื่องราวเสริมเกี่ยวกับคนที่แชร์บนเวทีว่าพี่คนนี้เนี่ยเค้ามี profile ไรที่น่าสนใจอีก
  6. รู้ว่า After วงไหน: น้องโอ้บอกว่ามีหลายๆ ครั้งโดยเฉพาะที่ center เวลาเพื่อนเราพาคนใหม่มาสุดท้ายตอนเลิก เรามัก after โดยรวมเพื่อนในห้อง training ที่เป็นคนเก่าส่วนใหญ่กับเพื่อนๆ ใหม่ที่มาห้อง OPP น้องโอ้บอกเลยครับว่าควรแยกเป็นอย่างยิ่ง เพราะเนื้อหา 2 ห้องมันต่างกันโดยสิ้นเชิง การมา after รวมกันจะทำให้ไม่ได้ผลเต็มที่ เพราะเวลาตกผลึกกลายเป็นสิ่งที่ได้บางคนไม่ได้ฟัง สุดท้ายเค้าก็งง พูดเรื่องไรกันอ่ะ ที่สำคัญการ after อ่ะครับไม่จำเป็นหรอกครับที่จะต้อง after วงเพื่อนสนิทเรา ผมว่ามันจะเป็นการเยี่ยมมากๆ ถ้าเรามีโอกาสไป after วงของ SL ผมว่าบรรยากาศนะครับได้อีกแบบเลย
  7. รู้สื่ออะไรเหมาะกับเค้า: อันนี้ผมว่าหลายๆ คนเป็นครับ พาเพื่อนมา center ครั้งแรก ก่อนกลับมีการขายสื่อ CD ต่างๆ หลายคนอาจจะมือใหม่ บอกเพื่อน แกๆ นี่ก็ดี นั้นก็ดี กลายเป็นคืนนั้นเค้าซื้อสื่อไปร่วม 400 กว่าบาท =..= ผมว่ามันก็เกินไปอ่ะครับ เราเองแนะนำ CD บางอย่างงที่เหมาะกับเค้าเช่น เค้าสนใจสินค้า เราก็จัด CD สินค้าแนะนำเค้า เค้าสนใจแผนเราก็แนะนำ CD เขียนแผน หรือจะแนะนำหนังสือ Clover opportunity ว่าเนี่ยที่พี่ฟังห้อง OPP มามีสรุปอยู่ในนี้นะครับ =..= คงไม่ต้องนะครับ จัดทุกอย่างโดยเพื่อนเองคิดโหไมมาครั้งแรกต้องซื้อเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ซึ่งบางทีมันก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นครับ
  8. รู้จักเป็นห่วงเป็นใย: ข้อดีผมว่ามันสำคัญที่สุดในบรรดา 7 ข้อที่ว่ามาเลย หลายคนพาเพื่อนมาเรียนรู้ร่วมกัน พาไปงานโน้นงานนี้ หลังจากเลิกงานแล้วอ่ะครับ สักอีก 1 ชม. หลังจากแยกย้ายกันผมว่าลองนะครับ โทรไปหาเค้า ถามว่า แกๆ เป็นไงบ้างถึงบ้านหรือยัง เป็นไงบ้างรถติดหรือป่าว คือไม่ต้องพูดเรื่อง aimstar แล้วหละครับ เพราะเค้าเองก็เรียนรู้มาทั้งวันแล้ว ความรู้สึกห่วงใยนี่แล่ะครับผมว่าจะซื้อใจเพื่อนๆ เราและทีมงานหลายๆ คนได้เลย คิดง่ายๆ ครับ เราเองห่วงยอดหรือห่วงใยเค้า ^^

ขอบคุณเนื้อหาดีๆ จากน้องโอ้ พสุธร จุลโพธิ์ ว่าที่ไดมอนสตาร์ Q1 เดือนนี้ครับ

งาน the winner ครั้งที่ 44 : Ready to Nihongo

4

Posted by admin | Posted in กิจกรรม | Posted on 04-10-2010

เป็นไงบ้างครับงาน the winner ครั้งที่ 44 ที่ผ่านไปสุดยอดมากๆ เลยช่ายป่าวครับ เป็นการต้อนรับเดือน ต.ค. 53 ซึ่งจะเป็นเดือนที่ใครสามารถเป็น Ruby star Q1 ได้ก็จะมีโอกาสไปทริปผู้นำกับ aimstar ที่ประเทศญี่ปุ่น หลายคนแอบงงคำว่า Nihongo คืออะไรนิฮอนโกะแปลว่า ญี่ปุ่น ครับ ^_^

the winner 44

งาน the winner ครั้งนี้ต้องยอมรับเลยว่าเป็นครั้งที่ผมตื่นเช้าที่สุด >..< เร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาคือตื่น 7 โมงเลย ไม่ใช่อะไรครับหลังจากแต่ก่อนนิสิยไม่ดีมาสายทำให้ได้นั่งหลังๆ เป็นประจำ ทีมผมเลยคิดใหม่ทำใหม่ ผมว่าบรรยากาศหน้าๆ มันสุดยอดกว่าเยอะเลย ผมเลยนะครับมาจองตั้งแต่เช้าตรู่ เรียกได้ว่าคนหน้าๆ ที่ยืนที่ประตูเลย ขนาดผมว่ามาเช้าแล้วนะ เจ้าเอมันหน้าสุดกว่าผมอีก = = สุดยอด UL จากนั้นเราก็ไปจองที่หน้าขวากันเรียกกันว่า หน้าโปรเจคเตอร์เลย มองตัวเป็นๆ คุณหมอก็เห็น ถ้าไม่ชัดก็จัดไปด้วยมองโปรเจคเตอร์ผมว่าสุดยอดมากๆ ทำให้คนที่ไปในทีมผมตื่นเต้นกันสุดๆ ด้วยบรรยากาศหน้าๆ ใกล้ชิดเวที ^_^ ผมแนะนำใครๆ ที่ไม่เคยมาข้างหน้าให้ลองมาดูครับ

เริ่มงานด้วยคุณหมอลพาท่านได้ต้อนรับผู้มาร่วมสัมมนางาน the winner และได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการเติบโตของ aimstar รวมถึงบอกเล่าการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวที่นิคมอมตะ ลงทุนร่วม 500 ล้านบาท สุดยอดมากๆ พึ่งวางเสาเอกไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง ผมจำได้ว่าคุณหมอเคยพูดเรื่องโรงงานนี้ตั้งแต่งาน the winner ครั้งที่ 30 เท่าไหร่ผมจำไม่ได้ ที่บอกว่าจะเป็นรูปเมล็ดข้าว มีห้องสำหรับนักวิจัย มองเห็นทิวเขาข้างหลัง สวยงามมากๆ ที่สำคัญ มองจากเครื่องบินก็จะเห็นโรงงานเราสวยเด่นเป็นสง่า สุดท้ายที่คุณหมอบอกไว้เป็นจริงอีกแล้วครับ > < จะไม่ให้ผมชื่นชมท่านได้ยังไง ไม่ว่าอะไรทีคุณหมอบอกมักจะเป็นจริงเสมอๆ เลย เหมือนท่านเป็นนอสตรานามุสเลยอ่ะ ^^

คุณหมอเองได้แจ้งให้ทราบถึงปัจจุบันว่ามีนักธุรกิจเงินแสนตอนนี้ประมาณกี่คนแล้ว เดือนนี้ ต.ค. 53

  • มีนักธุรกิจรายได้เกิน 100,000 บาทต่อเดือนประมาณ 500 รหัส
  • นักธุรกิจรายได้เกิน 500,000 บาทต่อเดือนทั้งสิ้น 23 รหัส
  • และนักธุรกิจรายได้เกิน 1 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งหมด 8 รหัส
  • โดยเป้าหมายปลายปีนี้ 53 คุณหมอตั้งเป้าจะมีนักธุรกิจรายได้เกิน 100,000 บาทต่อเดือน 2,000 รหัส !!

ผมฟังเสร็จแทบช๊อคซีนีม่า ไมมันเยอะจังอ่ะ 2,000 รหัส =..= คุณหมอท่านยังให้แนวคิดว่าอยากให้พวกเราคิดว่าถ้าขาดเราไปสัก 1 รหัส aimstar จะไม่ได้ถึงเป้าที่ตั้งไว้จะได้แค่ 1,999 รหัส อยากให้ทุกคนลองพยายามกันเต็มที่ ซึ่งผมก็เชื่อสุดๆ นะครับว่ามันเป็นจริงได้แน่นอน

คุณหมอพนินทร์ ท่านได้มากล่าวแนวคิดในการใช้ชีวิต ซึ่งผมว่าดีมากๆ อยากให้เพื่อนๆ หลายคนลองจับประเด็นเวลาท่านพูดดู ผมว่าอย่างน้อยๆ นะครับ มันสามารถนำไปประยุกต์กับการดำเนินชีวิตเราได้เป็นอย่างดีเลย คุณหมอได้เล่าถึงช่วงชีวิตแต่ละวัยที่ผ่านมา

วัยเด็ก –> เรียกว่าเป็นวัยที่สบายที่สุด ไม่ต้องคิดและรับผิดชอบอะไรเลย

ช่วงวัยเรียนมัธยม –> ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเหมือนเดิม แค่การเรียนก็พอ

ช่วงวัยเรียนมหาลัย เริ่มเป็นช่วงที่มีหลายๆ คนคิดไม่เหมือนกัน แบ่งได้เป็น 2 แบบ

  • ไม่คิดอะไรเลย –> ครอบครัวมีปัญหาก็ไม่เคยคิด หรือไม่ก็ไม่เคยคิดไรจริงๆ สักอย่างสักที
  • คิดและมองหาอะไรเพิ่ม –> ครอบครับมีปัญหาเลยต้องหาไรเพิ่ม หรือครอบครัวมีความสุขแต่ก็อยากทำไรเพิ่ม

ช่วงวัยทำงาน ก็ยังสามารถแบ่งเรื่องราวออกเป็นได้ 2 แบบเช่นกัน

  • ไม่เคยคิดอะไรเหมือนเดิม –> ยังตื่นเต้นกับงานใหม่ หรือไม่คิดอะไรปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ
  • คิดมองหาทำไรเพิ่ม –> เริ่มมีปัญหาการเงินเกิดขึ้น หรือมีความฝันตั้งแต่เด็กๆ อยากลองหาอะไรใหม่ๆ

ช่วงอายุ 40-60 ปีถึงจะเป็นช่วงที่ดูมีอายุแล้ว แต่ก็ยังแบ่งออกเป็น 2 แบบเช่นกัน

  • ไม่คิดอะไรแล้ว –> มีปัญหาการเงิน แต่ก็เลี้ยงชีวิตผ่านไปวันๆ หมดฝัน หรือไม่เคยคิดจะแก้ปัญหาในชีวิต จริงๆ จังๆ สักที
  • คิดหาไรเพิ่ม –> มีวิกฤต หรือเป็นคนมองหาโอกาสอยู่เสมอ

 

คุณจะคิดหรือไม่คิด เคยรู้ไหมครับ ว่ามันเกิดจากอะไร

 

มันเกิดจากสิ่งที่ว่าคุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า

 

โจทย์ชีวิตของคุณคืออะไร

 

 

ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ คุณอยากเป็นใครระหว่าง เจ้าหนี้ กับ ลูกหนี้ หลายท่านอาจจะบอกว่าไงก็อยากเป็นเจ้าหนี้ แต่ถ้าเป็นเจ้าหนี้ที่เก็บเงินลูกหนี้ไม่ได้หละ กับลูกหนี้ที่มีเงินจ่ายเจ้าหนี้ คุณเองอยากเป็นแบบไหนครับ แล้วคุณหมอก็มีตัวอย่าง ความสำเร็จที่สุดยอดมากๆ คือพี่แมว น้องของพี่แมว และน้องอีกคนที่เป็นเจ้าหนี้ของพี่แมว มาแชร์ประสบการณ์ ผมว่าสุดยอดมากๆ ทั้งสามคนมีรายได้หลักแสนในธุรกิจ aimstar และอีกหลายๆ ความสำเร็จครับวันนั้น ที่ผมว่าสุดยอดมากๆ โดยเฉพาะน้องหลิน และพี่สาวของน้องหลิน ที่เป็นพี่น้องกันและเป็นรูบี้สตาร์ได้ในเวลา 2 เดือนเท่ากันอีก =..= แม่เจ้า

หากอยากรู้ว่าในงาน the winner สนุกขนาดไหนผมว่าต้องลองมาเองครับ และควรมานั่งหน้าๆ ด้วย