Posted by admin | Posted in ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย | Posted on 29-09-2009
หลังจากเรื่องที่ผ่านมา ผมก็ไปค้นคว้าหาข้อมูลตามเวปต่างๆ จนสามารถพอจะสรุป ลักษณธของธุรกิจลูกโซ่ให้เพื่อนๆ ลองพิจาณาดูได้ดังนี้ครับ
ธุรกิจลูกโซ่
ธุรกิจลูกโซ่นั้น เป้าหมายหลักๆ ในการทำธุรกิจไม่ได้มุ่งเน้นขายสินค้าครับ แต่จริงๆ คือการะดมทุนครับ โดยมีผลตอบแทนที่มากกว่ามูลค่าที่ลงทุนไปอย่างมาก โดยส่วนใหญ่บริษัทลักษณะนี้จะแจ้งให้ผู้สมัครว่า บริษัทจะนำเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ต่อไปเพื่อปันผลให้กับสมาชิก ถ้าเพื่อนๆ พอจะจำได้ที่เกิดขึ้นดังๆ เมื่อปีที่ผ่านมา ก็ก๊วยเตี๋ยวเรือบางกอกไงครับ ที่บอกว่าจะนำเงินไปทำรถขายก๊วยเตี๋ยวให้คนเช่าขาย โดยเราจะลงทุนในส่วนของตัวรถเข็น สุดท้ายก็เหมือนๆ ลูกโซ่ทั่วไป เจ้าของหนีแซ่บ บริษัทพวกนี้มักจะปิดตัวหนีไปเมื่อได้เงินทุนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว หรือไม่ก็ไม่สามารถจ่ายเงินให้กับสมาชิกได้อีกแล้วครับ
ลักษณะการหาสมาชิกของธุรกิจลูกโซ่
- โดยทั่วไปเริ่มต้นจากคนใกล้ชิดครับ การหาสมาชิกก็ส่วนใหญ่สร้างภาพเกือบหมด หว่านล้อมต่างๆ ว่าดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ เนื่องจากสมาชิกแรกๆ เป็นคนใกล้ชิดเลยสามาถสร้างภาพให้คนทั่วไปเห็นว่ามันดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ได้ไม่ยาก
- ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะเป็นคนที่เข้ามาในตอนหลังครับ เพราะเวลาธุรกิจปิดตัวลงพวกระดับสูงๆ เก่งมากครับ หายแว๊บตามตัวไม่เจอ = = สุดยอดเลย จะมาตามตัวจากระดับบผู้นำก็ยาก เพราะพวกนี้จะบ่ายเบี่ยงว่าไม่ได้ทำ เพราะหลักฐานการทำส่วนใหญ่ถูกทำลายไปแล้ว
ประเภทของแชร์ลูกโซ่
- ระบบปิรามิด (Piramid System) : ระบบนี้เน้นการหาสมาชิกเข้าสู่ธุรกิจ โดยรายได้ของคนก่อนจะเกิดจากการหาสมาชิกของคนใหม่ คือต้องเน้นหาสมาชิกเข้าสู่ระบบอย่างเดียว แล้วต่างจาก ธุรกิจเครือข่ายยังไง ง่ายๆ ครับ ธุรกิจเครือข่ายถึงแม้ไม่มีใครเข้ามาใหม่ก็ยังสามารถสร้างรายได้เกิดขึ้น เพราะเน้นขายสินค้าหรือใช้สินค้าเองมากกว่าเน้นจำนวนคนที่สมัคร ถึงแม้เดือนนั้นๆ คนที่ทำธุรกิจเครือข่ายจะไม่สามารถหาคนเข้าร่วมได้ ก็ยังสามารถมีรายได้ตามปกติ
- ระบบลูกโซ่แบบรู้จบ (Enless Chain System) : ระบบนี้เป็นระบบแชร์ลูกโซ่ดี ๆ แต่มีการจบของระบบ คือ การที่สมาชิกเข้ามาก่อนสามารถรับผลประโยชน์จากสมาชิกที่เข้ามาใหม่ แต่จำกัดลำดับขั้น ถ้าสิ้นสุดขั้นที่กำหนดก็ไม่มีสิทธิ์รับผลประโยชน์อีก สมาชิกในระดับถัดลงไปก็ขึ้นมารับผลประโยชน์ต่อเป็นรายต่อไป รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากสมาชิกที่เข้ามาใหม่ แต่กำหนดลำดับอย่างชัดเจน คือ เมื่อเข้ามาครั้งแรกต้องจ่ายให้กับลำดับที่เพิ่งจะมีรายได้ จนกว่าลำดับตัวเองจะถูกดันขึ้นไปรับผลประโยชน์ ข้อสังเกตก็คือระบบนี้ สมาชิกที่มาภายหลังจะเริ่มไต่อันดับขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะฐานคนจะเริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ การหาสมาชิกจะไม่ทันท่วงทีของการที่จะรับรายได้
- ระบบลูกบอลหิมะ (Snow Ball System) : ระบบนี้ฟังแล้วน่ารักมาก 55 นึกว่าไปเล่นสกี ระบบนี้คล้ายกับการ Trading ระบบเงิน คือ การลงหุ้นในด้านการเงินแล้วแต่สัดส่วนที่จะลงทุน ลงน้อยได้ผลตอบแทนน้อย ลงทุนมากได้ผลตอบแทนมากตามสัดส่วน การจ่ายผลประโยชน์มีเป็นงวด ๆ ดังนั้น จะใช้เงินของนักลงทุน มาจ่ายให้กับคนที่ลงทุนก่อน หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ จนกว่ารอบที่สัญญาจะหมดไปคล้าย ๆ กับลูกหิมะที่ตกจากภูเขาสูงจะหมุนตัวจากลูกเล็ก ๆ จนเป็นก้อนหิมะยักษ์ที่ถล่มหมู่บ้านให้พังพินาศได้เป็นแถบ ๆ
- ระบบเกมการเงิน (Money Game System) : ระบบเกมการเงิน คือ การใช้เงินต่อเงิน แต่มีเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยน เช่น การสมัครเข้ามาต้องจ่ายเงินให้ผู้แนะนำและหาสมาชิกให้ได้เท่าไหร่จึงจะมีค่าตอบแทน และการแตกตัวของสมาชิกในเครือข่ายก็จะส่งผลประโยชน์ให้กับสมาชิกระดับสูงตลอดไป ซึ่งระบบนี้จะมีลักษณะแผนและการตอบแทนใกล้เคียงกับระบบ MLM มาก แต่ไม่มีสินค้าเท่านั้นเอง ใช้เงินต่อเงินเลย หรือบางครั้งอาจใช้สินค้าชิ้นเล็ก ๆ บังหน้า หรืออาจเป็นบัตรส่วนลด บัตรอภิสิทธิ์ต่าง ๆ เช่น ระบบ Pentagono ที่มีคนนำมาเผยแพร่ในเมืองไทยเมื่อปลายปี 41 จากประเทศอิตาลี เป็นต้น
- ระบบแชร์ลูกโซ่แบบไบนารี่ : กลายพันธุ์ จริง ๆ แล้วระบบไบนารี่ เป็นระบบการตลาดใน MLM ระบบหนึ่ง แต่การนำเอาระบบไบนารี่ไปปรับปรุงเป็นแชร์ลูกโซ่นั้นทำได้ง่ายมากกว่าระบบอื่น เนื่องจากระบบไบนารี่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจ คือ หาสมาชิกแล้วแบ่งซ้าย ขวา เพื่อให้เท่า ๆ กัน ซึ่งเมื่อแปลงระบบการจ่ายเงินโดยมีสินค้าบังหน้าเล็กน้อยก็สามารถใช้เป็นระบบแชร์ลูกโซ่ได้อย่างแนบเนียนทีเดียว
หลายคนคิดว่าเอ ถ้ามันง่ายขนาดนี้ ทำไมหลายคนถึงดูไม่ออกว่า ธุรกิจที่จะไปร่วมเป็นลูกโซ่หรือธุรกิจเครือข่ายจริงๆ = = แต่มันมะง่ายขนาดนั้นครับ ถ้ามันมาแบบตรงดังที่กล่าวมาคงง่ายที่จะดู แต่หลังๆ ธุรกิจลูกโซ่แผงตัวมากับธุรกิจเครือข่ายอย่างแยบยลครับ ด้วยการทำทีท่าว่าเป็น MLM แต่สร้างเงื่อนไขเอารัดเอาเปรียบด้วยการดึงเงินจากกระบวนการสมาชิกโดยการขายสินค้าแบบไม่เป็นธรรม ลักษณะกว้างๆ ของธุรกิจที่แอบแฝงมากับ MLM เป็นอย่างไร
- เริ่มที่ค่าสมัครที่ค่อนข้างสูง หมายถึงการจะเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัท ผู้สมัครต้องจ่ายเงินที่ค่อนข้างสูงและถูกบังคับให้ซื้อสินค้าพร้อมกับการสมัคร บางแห่งอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท ขณะที่บางแห่งสูงกว่า 10,000 บาท ในขณะที่ระบบ MLM ที่แท้จริงไม่มีการบังคับซื้อ
- ไม่ได้สนใจขายสินค้า แต่การแนะนำเข้าร่วมธุรกิจจะบอกหรือเน้นอยู่ที่การหาคนเข้ามาสมัคร จะมีส่วนแบ่งรายได้ว่าหามากี่คน จะได้ไปกี่พัน กี่หมื่น หรือกี่แสนบาท ขณะที่ MLM เป็นการสร้างธุรกิจเพื่อขายสินค้า และสร้างองค์กรเพื่อให้เกิดการขายอย่างกว้างขวางขึ้น เพราะต่อให้ในธุรกิจเครือข่ายลูกทีมของคุณมีเป็น 1,000 คนแต่ไม่ม่การสร้างการขายหรือการใช้สินค้า เครือข่ายของคุณก็จะไม่เติบโตอย่างแน่นอน
- การจ่ายผลประโยชน์หรือคอมมิสชั่น มาจากส่วนแบ่งการล่าคนเข้ามาในระบบที่วางกฎบังคับซื้อสินค้า ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นการบริโภค แต่แท้ที่จริงแล้วสินค้าเป็นแค่ฉากบังหน้า และเป็นเครื่องมือดึงเงินเข้าระบบ เพราะหากไม่มีการบังคับซื้อก็ไม่สามารถจ่ายค่าหัวคิวเป็นทอด ๆ ได้ ทำให้ระบบเดินต่อไปไม่ได้และล้มไปในที่สุด ขณะที่ MLM มีรายได้จากการขายสินค้าหรือยอดขายสินค้าที่เกิดขึ้นในองค์กร ทั้งหมดนี้เป็นหลักใหญ่ในการพิจารณาดูว่าบริษัทไหนเข้าข่ายเป็นระบบพีระมิดหรือแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจไม่ใช่สาระสำคัญมากนักในการพิจารณา
ที่มา
การกู้ยืมเงินและการกู้ยืมอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน
รวบรวมโดย
พ.ต.ท. สมศักดิ์ ณ โมรา รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.สงขลา
คราวนี้เราลองมาเปรียบเทียบธุรกิจเครือข่ายกับธุรกิจลูกโซ่ ซัก 1 แบบ เอาแบบพิระมิดแล้วกันนะครับ ว่ามันจะแตกต่างกันยังไง
|
การตลาดแบบเครือข่าย |
ระบบปีรามิด แชร์ลูกโซ่ |
|
1. ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นทำธุรกิจ จะใช้เงินทุนต่ำ โดยเป็นค่าสมาชิกและชุดคู่มือทำธุรกิจเท่านั้น |
1. ค่าธรรมเนียมในการสมัครสมาชิกใช้เงินทุนสูง ผู้สมัครถูกหลอกให้จ่ายค่าฝึกอบรม |
|
2. มีสินค้า หลากหลายชนิด และมีคุณภาพสูง บริษัทฯใช้งบประมาณการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สูง |
2. สินค้าที่มีคุณภาพ มีคุณภาพต่ำ สินค้ามีเพื่อบังหน้าในการระดมทุนเท่านั้น |
|
3. บริษัท มีการรับประกันคุณภาพและความพึงพอใจ |
3. ไม่มีนโยบายรับคืนสินค้า เพราะอาจทำให้ระบบปีรามิดล่มสลายได้ |
|
4. ตระหนักถึงการ ดำเนินธุรกิจระยะยาว มักมีหลายสาขา |
4. มักไม่มีสาขา เริ่มต้นทำธุรกิจเพียงคนไม่มีคนที่อยู่บนยอดปีรามิด |
|
5. มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการดำเนินธุรกิจ มีข้อบังคับข้อห้ามในการกักตุนสินค้า |
5. ไม่มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด ไม่มีข้อห้ามในการกักตุนสินค้ายิ่งซื้อมากยิ่งมีกำไรมาก |
|
6. เป็นธุรกิจที่ ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค |
6. เป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมายไม่สามารถจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค |


สิ่งที่ได้เรียนรู้ช่วงเดือน ตค ที่ผ่านมา
งาน Clover 745 @ Siam pawarai paragon
คอร์ส Red Ant สุดยอดอ่ะ
Review : งาน Grand Blue Print ที่ พารากอน
เชคง่ายๆ กับการสปอนเซอร์ 3 แบบ
งาน ASNI cutie day by Clover Lucky
สิ่งที่ได้จากงาน level up
จึ๊กสุดๆ กับเนื้อหาใน House Meeting ที่สามพราน
อืม พิจารณาดูแล้วมันก็ทะแม่งๆนะครับ
แต่อย่างที่ข้อมูลดังกล่าวเค้าว่าไว้ล่ะครับ
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจเครือข่ายของพวกเราก็มีบางข้อที่เป็นแบบลูกโซ่ครับ
ผมก็เคยคิดแบบนี้เลยครับ แต่หลังจากผมมองดูแล้ว aimstar แทบไม่มีส่วนไหนที่เป็นลูกโซ่เลย ถ้าจะบอกว่ามีการจ่ายหัวคิว คำว่าหัวคิวคือชวนมาแล้วเราได้เงิน แต่คือแค่ครั้งแรกนะครับที่เพื่อนเราสมัคร
ลองดูรายได้จากค่าแนะนำของ aimstar เราจะได้ไม่เกิน 1000 pv ในส่วนของยอดที่คนที่เราชวน x 20% แปลว่า ต่อให้เพื่อนเราซื้อเยอะเท่าไหร่เราก่อได้แค่ 200 บาทแน่นอน
ที่สำคัญ ค่าแนะนำนี้ไม่ได้จ่ายแค่ครั้งแรกที่เพื่อนสมัครหรือที่เค้าเรียกว่าหักหัวคิวจากค่าสมัครเพื่อน แต่จ่ายให้ทุกเดือนที่เพื่อนเราซื้อสินค้าเพราะว่าเราเป็นคนแนะนำเค้า แบบนี้ไม่ได้เป็นการกินหัวคิวนะครับ
ที่สำคัญการสมัครของ aimstar ก็คือ 300 บาท คุณก็เป็นสมาชิก aimstar แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าสักชิ้นหากอยากเป็นสมาชิก สมัครได้เลย
แล้วที่ผมว่าสุดยอดมากๆ คือ aimstar เรา สินค้าทุกชิ้นรับประกันความพอใจ คืนเงินได้ใน 30 วันครับ
aimstar ไม่ใช่ธุรกิจลูกโซ่แน่นอนคะ แต่ธุรกิจเครือข่ายสำหรับผู้บริโภคคะ เป็นธุรกิจที่สุดยอดมาก
คุณค่าที่มีต่อตัวเองและผู้อื่นต่างหากที่ควรได้รับจากธุรกิจเครือข่าย(ทุกคนคิดเข้าข้างตัวเองด้วยกันทั้งนั้น)
แม้เป็นข้อมูลจริง…แต่บางคนก็ปิดตาซะงั้น
สมัครสมาชิก 300 แต่ถ้าอยากได้เงินตามแผนธุรกิจก็จะต้องซื้อสินค้าอีก 3000 บาท ใช่หรือเปล่าครับ ดังนั้นแสดงว่าถ้าต้องการที่จะทำเป็นธุรกิจก็จะต้องจ่ายเงินไปเท่ากับ 3300 บาท เหมือนจะเข้าข่าย ค่าธรรมเนียมในการสมัครสมาชิกใช้เงิน ทุนสูง อีกอย่างพอเอาสินค้าไปคืนทำไมบริษัทถึงคืนให้แค่เพียง 411 บาท คิดออกมาแล้วมันเหมือนต้นทุนสินค้าแค่เพียง 13% กว่าเอง ส่วนอีก 87% นี่คือได้เอาไปแบ่งให้ข้างบนแล้วใช่หรือเปล่าครับเลยไม่สามารถที่จะคืนเงินได้เต็มจำนวน นั่นแสดงให้เห็นว่ากลัวระบบปีระมิดพังหรือเปล่าครับ
เข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์ http://www.tdsa.org ของสมาคมขายตรงไทย ไม่เห็นชื่อบริษัท Aim Star เป็นสมาชิกของสมาคมเลยนี่ครับ เิริ่มจะกลัวๆ แล้วสิ
ผมว่า อย่าเข้าในใจผิดครับ คำว่าสมาคม หมายถึงกลุ่มคนที่รวมกัน โดยมีผลประโยชน์ร่วมกัน
ไม่ได้เกี่ยวกับว่าทำขายตรงแล้วต้องเข้าสมาคมทุกบริษัทนะครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆ
เหมือนถ้าแม่บ้านกลุ่มนึงมีสามีกลับบ้านดึกๆ ทนไม่ไหว เลยรวมตัวกัน เนี่ยครับเรียกว่า
สมาคมสามีกลับดึก (หรือผัวกลับดึก) ก็ว่ากัน แต่ต้องไปจดทะเบียนตามกฎหมายนะ
การที่ aimstar จะเข้าสมาคมหรือไม่เข้า จริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับลูกโซ่หรือข้อกฎหมายอะไรเลย
ผมไม่อยากให้เข้าใจผิดอ่ะครับ ที่สำคัญ หากมองไปดูบริษัท ที่อยู่ในสมาคมส่วนใหญ่เลย
ก็คือบริษัทที่เปิดมาเกิน 10 ปีเกือบทั้งนั้น ซึ่งแผนการจ่ายเงินไม่มีแบบ binary หรือ
linear dual เลย =..= แล้วเราจะไปมีผลประโยชน์ไรร่วมกับเค้าอ่ะครับ
คนที่พิจารณาว่าบริษัทนั้น เป็นลูกโซ่หรือไม่คือ สคบ. เท่านั้นครับ
aimstar มีรายชื่ออยู่ในหน้า 10 ลองเปิดดูครับ
ธรุกิจแชร์ลูกโซ่ตัวจริงเสียงจริง สมาคมขายตรงแห่งประเทศไทย ถ้าคุณไม่ช่ายแชร์ลูกจริงทำไมคุณไม่อยู่ในสมาคทนั้นละครับ คณุบอกทำงานแค่ สอง ขา มันก็เห็นชัดอยู่แล้ว สินค้าคุณผลิตออกมานั้นคุณ มีมาฐานอะไรรับรองครับ ไม่ต้องพูดถึง อย หรอกโครๆๆก็ขอได้ คุณกำลังหลอกประชาชนนะครับ คุณลองเข้าอยู่ในสมาตมขายตรง ให้ดูก่อนสิ เดี๋ยวค่อยมาว่ากันครับ และแถมต้องรักษายอด แต่พวกคุณแค่เปลื่ยนคำมาเป็นซื้อกินซื้อให้ทุกเดีอนไง
ผมก็ขอตอบกลับให้คุณ เอก ที่อาจจะไม่มีความรู้ไรมากนักอ่ะครับ
อย่างแรกคือคำว่า สมาคม ขายตรง คุณเอกช่วยตาสว่างแยกแยะคำว่า สมาคมขายตรง กับ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคด้วยครับ
คำว่าสมาคม ในภาษาทางกฎหมาย หมายถึง กลุ่มคนที่รวมตัวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารหรือปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน ยกตัวอย่าง ถ้าคุณผู้หญิงกลุ่มนึงเป็นแม่บ้าน สามีไปทำงานแล้วกลับดึกทุกๆ วัน เลยรวมตัวกันชื่อว่า สมาคมแม่บ้านผัวกลับดึก นี่ก็สามารถเป็นสมาคมได้
การที่ไม่ได้อยู่ในสมาคมขายตรง ไม่ได้มีความหมายไรเลยว่าเป็นลูกโซ่ เพราะคนที่จะบอกว่าแผนนี้เป็นลูกโซ่หรือไม่ก็คือ สคบ. แล้วหากคุณเอกพิจารณาสมาคมขายตรงส่วนใหญ่เปิดมาเกิน 10 ปีอยู่แล้ว แผนธุรกิจส่วนใหญ่เป็นแบบขั้นบันได ลองดูบริษัทใหม่ๆ ที่เป็นธุรกิจขายตรงในไทย ทำไมไม่อยู่ในสมาคมขายตรง ก็เพราะแผนมันต่างกันแล้วคุณเอกจะให้บริษัทพวกนั้นไปรักษาประโยชน์ไรร่วมกันอ่ะครับ ไม่ได้เกี่ยวว่าทำไมไม่เป็นสมาชิกสมาคมขายตรงไทยแล้วจะเป็นลูกโซ่ ผมบอกตรงๆ ครับไปศึกษามาก่อนครับก่อนมามั่วโพส
คำว่ารักษายอด จริงๆ เป็นคำที่คนไม่รู้ aimstar ไปบอกคนอื่นว่าต้องรักษายอดทุกเดือนนะ จริงๆ ไม่ต้องรักษาก็ได้ครับ แค่ไม่สิทธิ์รับรายได้ ยกตัวอย่างบางบริษัทที่แผนเป็นขั้นบันได เค้าก็มีการให้รักษายอดกลุ่ม เพื่อให้มีสิทธิ์รับรายได้ ถ้ามองกันให้ดี aimstar แทนที่จะรักษายอดกลุ่ม แต่เปลี่ยนมาแค่รักษายอดส่วนตัวแค่นั้นครับ โปรดอย่างหลงประเด็น
ส่วนเรื่องสินค้ามีมาตรฐานอะไร แล้วผมถามกลับสินค้าบริษัทคุณเอกอ่ะครับ มาตรฐานอะไร ? โรงงานที่ผลิตทุกโรงงานเค้ามีมาตรฐานแต่ละโรงงานอยู่แล้วหละครับ ถ้าไม่ดีก็ไปปิดมัน ถ้าคุณจะว่ามาตรฐานไม่ดี ก็ไปแจ้งปิดโรงงานเลยครับ ผมว่าไม่ซีเรียสนะ
ถ้ามาตรฐานในส่วนของสินค้า กฎหมาย ก็มีกำหนดชัดเจนครับ จาก อย ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นน้ำมันรำข้าวในกรณีสกัดด้วย hexane ต้องไม่มีสาร hexane ตกค้างเกินกี่ ppm ก็ว่ากันไป แม้แต่เครื่องสำอาง สารบางสารที่ อย ไทยห้ามก็ไม่สามารถผสมอยู่ในเครื่องสำอางที่ขายในประเทศนี้ได้เช่น Arbutin เป็นสารที่เครื่องสำอางเมืองนอกสามารถผสมได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพิ่มความขาวต่างๆ แต่ในประเทศเราไม่ได้ครับเพราะ Arbutin เป็นสารที่ใช้ไปนานๆ สามารถก่อมะเร็งได้
คงพอเข้าใจอะไรมากขึ้นนะครับ ก่อนจะมาโพสอะไร รบกวนนะครับ ศึกษาข้อมูลนิดนึง โดยเฉพาะคำว่าสมาคมขายตรง อย่าหลงประเด็นครับ
สมาคมขายตรงนี่ของแสลงของนักธุรกิจเอมสตาร์เชียวครับ
ไม่ทราบว่ารู้จักสมาพันธ์ขายตรงโลกหรือไม่ คิดว่าจะแสลงแรงกว่าอีกครับ
หมายเหตุ : ข้อมูลที่ให้นี้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจัดบริการเพื่อแสดงผลการรับจดทะเบียน
ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบ ตรง พ.ศ. 2545 เท่านั้น
“มิได้ยืนยันความถูกต้องในการประกอบธุรกิจของผู้ที่ได้รับจดทะเบียนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ห้ามมิให้นำข้อมูลไปแสดง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น”
ลองเสิร์จข้อมูลจากสมาพันธ์ขายตรงโลกดูนะครับ
ลำบากใจแทน นักธุรกิจเอมสตาร์จริงๆ
http://www.wfdsa.org/search/
บอกตามตรงนะครับ ผมอ่ะ แสลง คนที่มา post ใน blog ผมมากกว่าอีก
อธิบายไรไปก็ไม่ค่อยจะฟัง ไอ้คำว่าสมาคม ก็ เม้นแล้วเม้นอีก
คุณบอกผมแสลง ผมไม่เห็นจะรู้สึกแสลงไรเลย ผมอ่ะบอกตรงๆ
ให้เคารพนักธุรกิจเครือข่ายๆ อื่นๆ เสมอๆ ไม่เคยหรอกครับ
จะไปบอก ชื่อโน้นชื่อนี้ ไม่ดี เพราะบริษัท ก็มีคนรายได้หลักล้านเหมือนกัน
แทนที่จะเอาเวลานะครับ มาแสลงใจ บริษัท อื่นๆ เอาเวลาอ่ะครับ
ไปดูแลองค์กรของคุณเหอะครับ พูดจากใจๆ จริงๆ นะ
ผมอ่ะไม่ได้จะมาหาคนในเนต หรือไรหรอก แค่เขียนให้เพื่อนๆ clover ของผมอ่าน
แทนที่คุณจะมาคิดตัดยอดว่า ทำไมมันไม่อยู่ในสมาคม โน้นนี่
ลองดูว่าคนทำ aimstar เค้ามีทักษะอะไรในการสร้างเครือข่าย จะดีกว่า
ผมบอกตรงๆ ไม่ว่า amway หรือ อะไร ผมก็สนใจนะเค้าสร้างเก่งๆ ยังไง
เลือกเสพเฉพาะส่วนดีอ่ะครับ ^^
ครับ ผมเห็นด้วยกับคุณ Admin ผมว่าคนที่ไม่รู้อะไร อย่ามาโพสเสียหายๆดีกว่าครับ มันจะแสดงว่าโง่ของคุณออกมาด้วย อย่างคุณเอก ผมคิดว่า ถ้าฉลาดพอที่จะแยกออกว่า สมาคมขายตรง กับ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคด้วยครับ อย่างคุณต้อมผม ว่าคุณก็คงต้องแสลงตัวเองนะครับ ถ้าจะโพสอะไรที่มันไม่เป็นประโยชน์ อย่าเอาเวลามาเห่านะครับ เก็บปากไว้กินข้าวดีกว่านะครับ
ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน
อีกนิดนึง คุณเอก กับ คุณต้อม คงเข้าใจ
ถ้ามีวิสัยทัศกว้าง เปิดมุมมองและโอกาสให้ตัวเอง
มองกันลึก ๆ หลาย ๆ ด้านนะครับ
คุณเอก กับ คุณต้อม ก็รอดูคนอื่นทำ ไปก่อนนะครับ
คุณ Admin ครับ คุณเข้าใจคำว่าสมาคมขายตรงผิดไปหรือเปล่า
สมาคมขายตรงเนี่ยถูกก่อตั้งเพื่อเป็นการแยกธุรกิจแชร์ลูกโซ่หรือพีระมิดออกจากธุรกิจขายตรงที่ถูกกฎหมาย
การที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่บางประเภทอ้างว่าถูกหลัก สมาคมคุ้มครองผู้บริโภค เนี่ย ใช่ครับ เค้าถูกต้องตามนั้น แต่หากคุณไม่ได้ร่วมสมาคมขายตรงเนี่ย ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลประโยชน์ร่วมนะครับ
แต่สมาคมขายตรงเค้าจะแยกบริษัทที่ผิดกฎหมายออกไป ซึ่งหมายความว่า เค้าจะไม่ให้เ็ป็นสมาชิก
ในต่างประเทศอย่างประเทศเกากลีใต้เนี่ย บริษัทขายตรงต้องได้รับใบอนุญาติจากสมาคมขายตรงถึง 2 ที่ด้วยกันนะครับกว่าจะเปิดบริษัทได้
ติดตามได้ในหนังสือพิมพ์ Leader Time เดือนนี้ครับ
ทางอเมริกาและยุโรปก็คล้ายๆ ในเมืองไทยคือ จะเปิดบริษัทก็เปิดไปแต่เรื่องความถูกต้องของธุรกิจ DSA จะเป็นสมาคมคอยเช็คอีกที
ที่คุณแซมว่ามาก็ถูกส่วนนึงครับ ในเมืองไทยคำว่า สมาคม มีทั้ง สมาคมนักการตลาดแบบตรงไทย TDMA และ
สมาคมการขายตรงไทย TDSA แน่นอนครับทั้ง 2 สมาคมตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูล
และเผยแพร่การทำขายตรงที่ถูกต้องให้กับสาธารณะชนรับรู้ อำนาจหน้าที่ของทั้ง 2 สมาคม ดูได้จากนโยบายการ
ดำเนินการของทั้ง 2 สมาคม ซึ่งทั้ง 2 สมาคม ปัจจุบันในประเทศไทยไม่ได้มีอำนาจเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ประกอบ
ธุรกิจขายตรง หรือแม้แต่สมาคมขายตรงอื่นๆ เช่น TSDA สมาคมพัฒนาการขายตรงไทย ก็ไม่ได้มีส่วนในการกำกับดูแล
แต่อย่างใดครับ
แล้วหน่วยงานไหนนอกจาก สคบ หละที่เป็นคนมีอำนาจจริงๆ ก็ต้องกลับมาดู พรบ 2545 เค้าก็ได้กล่าวไว้ในนั้นครับ
หน่วยงานที่มีอำนาจนั้นคือ คณะกรรมการขายตรงและการตลาดแบบตรง ซึ่งมีประธาน คณะกรรมการ ในการพิจารณา
เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับขายตรงต่างๆ ในประเทศไทย และ 2 กรรมการในคณะกรรมการนั้นก็คือประธานทั้ง 2 สมาคมนั้นเอง
รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชน คณะกรรมการนี่แล่ะครับคือคนที่จะกำกับดูแล พิจารณา เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับ
ขายตรงในประเทศไทย ที่คุณว่ามาในเกาหลี ผมเชื่อครับว่าเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้ในประเทศไทยยังไม่เป็นอย่างนั้นครับ
คำถามก็คือ ถ้าบริษัทไหนไม่อยู่ใน สมาคมทั้ง 2 แล้วมีแนวโน้มว่าจะเป็นลูกโซ่
คณะกรรมการที่ว่จะเป็นคนคอยกำกับดูแลเองครับ ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นสมาชิกในสมาคมหรือป่าว
อยากให้เข้าใจไว้ครับ ผมไม่ได้อ้างว่าผ่าน สคบ แล้วถูกนะครับ แต่เค้ามีคณะกรรมการดูแล ผิดก็คือผิด
แล้ว 2 ท่านในกรรมการก็คือมาจากทั้ง 2 สมาคม แค่นั้นครับ