<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Kaito San Aimstar Diary &#187; ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย</title>
	<atom:link href="http://www.kaito-diary.com/category/what-is-mlm/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.kaito-diary.com</link>
	<description>บันทึกการทำธุรกิจ aimstar</description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Jan 2012 15:53:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1</generator>
		<item>
		<title>ตลาดขายตรงไทยเทียบกับตลาดขายตรงโลก</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/mlm-market-analysis/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/mlm-market-analysis/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 16 Oct 2009 04:29:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด MLM]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=442</guid>
		<description><![CDATA[ผมได้ติดตามข้อมูลไปจนถึง WFDA หรือ World Foundation of Direct Selling Association พูดง่ายๆ ก็คือ สมาคมขายตรงโลก เลยครั แล้วไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับจำนวนรายได้ของตลาดขายตรงและจำนวนคนที่ทำขายตรงของประเทศต่างๆ ทั่วโลก สรุปข้อมูลของประเทศไทยได้ดังนี้ครับ คลิกมาอ่านกันต่อด้านในได้เลย ประเทศไทยเรามีรายได้จากขายตรงเมื่อปี 2008 หรือปีที่แล้ว เท่ากับ 1.583 พันล้านเหรียญเลย โอ้ เยอะมากนะครับ มีคนที่ทำขายตรงทั้งประเทศประมาณ 5 ล้านคน ดูตัวเลขอาจจะไม่รู้สึกอะไร ลองดูตามรูปครับ อย่างประเทศ ญี่ปุ่นครับ มียอดขายตรง ปี 2006 มากกว่า 20 พันล้านเหรียญ แต่นี่สำคัญเลยครับ เค้ามีคนขายตรงจริงๆ แค่ 2.7 ล้านคนเท่านั้นเอง แปลว่าไรครับ คนที่ทำขายตรงที่เจแปน พุดง่ายๆ ต้องมีประสิทธิภาพมากกว่าไทย หรือไม่ก็เข้าต้องเข้าใจการทำงานตรงมากกว่าคนไทย ไม่ใช่ทำๆ เลิกๆ ทำๆ เลิกๆ T T หรืออย่างที่ประเทศอังกฤษครับมียอดขายมากกว่าเรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมได้ติดตามข้อมูลไปจนถึง WFDA หรือ World Foundation of Direct Selling Association พูดง่ายๆ ก็คือ สมาคมขายตรงโลก เลยครั แล้วไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับจำนวนรายได้ของตลาดขายตรงและจำนวนคนที่ทำขายตรงของประเทศต่างๆ ทั่วโลก สรุปข้อมูลของประเทศไทยได้ดังนี้ครับ คลิกมาอ่านกันต่อด้านในได้เลย</p>
<ul>
<li><span style="color: #ff0000;"><strong>ประเทศไทย</strong></span>เรามีรายได้จากขายตรงเมื่อ<span style="color: #ff0000;"><strong>ปี 2008</strong></span> หรือปีที่แล้ว<span style="color: #0000ff;"> <span style="text-decoration: underline;">เท่ากับ <strong>1.583 พันล้านเหรียญ</strong>เลย</span> </span>โอ้ เยอะมากนะครับ <span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">มีคนที่ทำขายตรงทั้งประเทศประมาณ <strong>5 ล้านคน</strong></span></span></li>
<p><span id="more-442"></span></p>
<li>ดูตัวเลขอาจจะไม่รู้สึกอะไร ลองดูตามรูปครับ อย่างประเทศ <strong><span style="color: #ff0000;">ญี่ปุ่น</span></strong>ครับ มียอดขายตรง <strong><span style="color: #ff0000;">ปี 2006</span> </strong>มากกว่า <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">20 พันล้านเหรียญ</span></span> แต่นี่สำคัญเลยครับ <span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">เค้ามีคนขายตรงจริงๆ แค่ 2.7 ล้านคน</span></span>เท่านั้นเอง แปลว่าไรครับ <span style="color: #800080;"><span style="text-decoration: underline;">คนที่ทำขายตรงที่เจแปน พุดง่ายๆ ต้องมีประสิทธิภาพมากกว่าไทย </span></span>หรือไม่ก็เข้าต้องเข้าใจการทำงานตรงมากกว่าคนไทย ไม่ใช่ทำๆ เลิกๆ ทำๆ เลิกๆ T T</li>
<li>หรืออย่างที่ประเทศอังกฤษครับมียอดขายมากกว่าเรา 2 เท่าได้ (3.5 พันล้านเหรียญ) เมื่อปี 2007 แต่มีคนทำขายตรงทั้งประเทศแค่ 4 แสนกว่าคนเองครับ =*=</li>
<li>ส่วนประเทศที่มีการมูลค่าตลาดขายตรงมากที่สุด ไม่ใช่ใครอื่นครับ พี่ <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">USA เรานี่เอง มีมูลค่าตลาดมากถึง 29.6 พันล้านเหรียญ มีคนทำขายตรงทั้งประเทศแค่ 15 ล้านคน เท่านั้น</span></span></li>
<li>ดูโดยภาพรวมสรุปได้ง่ายมากครับ ว่า ประเทศในโซนยุโรป หรือเมกา หรือไม่เว้นแต่ประเทศญี่ปุ่น คนที่ทำงานตรงเค้ามีรายได้ต่อหัวมากกว่าเมืองไทยครับ เอาตัวมูลค่าตลาดหารด้วยจำนวนคนแล้ว
<ul>
<li>อย่างที่<span style="color: #ff0000;"><strong>ญี่ปุ่น คน 1 คน</strong></span>สามาถสร้างมูลค่าตลาดได้เท่ากับ <span style="color: #0000ff;"><strong>7407 เหรียญต่อปี</strong></span></li>
<li>ถ้าเทียบกับ<span style="color: #ff0000;"><strong>ไทย</strong></span>แล้ว ของไทยอยู่ที่ <span style="color: #0000ff;"><strong>316.6 เหรียญ</strong></span>เท่านั้นเองครับ<span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;"> ต่างกันเท่าไหร่ครับ ต่างกัน 23 เท่า</span></span></li>
<li>หรือเทียบกับเพื่อนบ้านเราอย่าง<span style="color: #ff0000;"><strong>มาเลเซีย</strong></span> คน 1 คนของเค้าสามารถสร้างมูลค่าตลาดได้เท่ากับ <span style="color: #0000ff;"><strong>515 เหรียญ </strong></span>ซึ่งเกือบ<span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">มากกว่าไทยเกือบ 2 เท่า </span></span>!!!!</li>
<li>หรือแม้แต่<span style="color: #ff0000;"><strong>สิงคโปร์</strong></span>ที่มีมูลค่าตลาดไม่ถึงระดับพันล้าน ลองหารดูแล้ว คนสิงคโปร์ที่ทำขายตรง 1 คนสามารถสร้างมูลค่าตลาดได้ <span style="color: #0000ff;"><strong>471 เหรียญ </strong></span>T_T มากกว่าไทยอีกแล้ว</li>
</ul>
</li>
<li>สรุปได้เลยครับว่า <span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ในประเทศไทย จริงๆ ตลาดขายตรงยังเติบโตได้อีกมาก แต่การทำขายตรงที่ผิดวิธี ส่งผลให้รายได้ของคนที่ทำขายตรงจริงๆ ควรจะได้ถ้าเทียบกับต่างประเทศแล้วยังน้อยมาก</span></span></li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;"><img class="alignnone size-full wp-image-450" title="รายละเอียดขายตรง_Page_1" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/รายละเอียดขายตรง_Page_1.jpg" alt="รายละเอียดขายตรง_Page_1" width="636" height="1026" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/mlm-market-analysis/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตลาดขายตรง USA</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/mlm-market-usa/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/mlm-market-usa/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2009 14:13:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด MLM]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=414</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากวันนี้ไปทำงานที่ราชบุรี มาแถมดูตลาดหุ้นตกไปเกือบ 40 จุด ช่วงเวลาทำเงินกลับมาอีกรอบแล้ว ^^ ผมได้มีโอกาสไปอ่านการสำรวจตลาด Direct Sale ของ USA มาโดยสมาคมขายตรงของ USA หรือ Direct Selling Associtation (DSA) เป็นผู้จัดทำขึ้น โดยข้อมูลเป็นของปี 2007 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของตลาดบ้านเราพอดี เลยอยากจะนำมาเสนอให้เพื่อนๆ ดูครับ ข้อมูลจากปี 1998 เห็นได้เลยครับการเติบโตของตลาดขายตรงทั่วโลกเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2007 มียอดขายมากก่า 114,00 พันล้านเหรียญครับ =.= แม่เจ้า มาอ่านกันต่อด้านในเลย หากดูจากจำนวนคนที่ทำธุรกิจขายตรงทั่วโลกแล้ว มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีครับ ในปี 2007 มีคนที่ทำธุรกิจขายตรงทั่วโลกประมาณ 62.7 ล้านคน อันนี้น่าสนใจมากครับ ที่ตลาดขายตรง USA คนที่ทำขายตรงเป็น ผช ถึง 87.9% มี ผญ ที่ทำขายตรงแค่ 12.1 % เท่านั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากวันนี้ไปทำงานที่ราชบุรี มาแถมดูตลาดหุ้นตกไปเกือบ 40 จุด ช่วงเวลาทำเงินกลับมาอีกรอบแล้ว ^^ ผมได้มีโอกาสไปอ่านการสำรวจตลาด <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">Direct Sale ของ USA มาโดยสมาคมขายตรงของ USA หรือ Direct Selling Associtation (DSA) เป็นผู้จัดทำขึ้น โดยข้อมูลเป็นของปี 2007 </span></span>ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของตลาดบ้านเราพอดี เลยอยากจะนำมาเสนอให้เพื่อนๆ ดูครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-421" title="2007globalsales" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007globalsales.jpg" alt="2007globalsales" width="395" height="341" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">ข้อมูลจากปี 1998 เห็นได้เลยครับการเติบโตของตลาดขายตรง<span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">ทั่วโลกเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2007 มียอดขายมากก่า 114,00 พันล้านเหรียญครับ </span></span>=.= แม่เจ้า มาอ่านกันต่อด้านในเลย</div>
</li>
<p><span id="more-414"></span>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-422" title="2007globalsalesforce" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007globalsalesforce.jpg" alt="2007globalsalesforce" width="401" height="319" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">หากดูจากจำนวนคนที่ทำธุรกิจขายตรงทั่วโลกแล้ว มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีครับ <span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ในปี 2007 มีคนที่ทำธุรกิจขายตรงทั่วโลกประมาณ 62.7 ล้านคน</span></span></div>
</li>
</ul>
<p style="TEXT-ALIGN: center"><img class="alignnone size-full wp-image-418" title="2007gender" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007gender.jpg" alt="2007gender" width="400" height="231" /></p>
<ul>
<li>
<div style="TEXT-ALIGN: left">อันนี้น่าสนใจมากครับ ที่ตลาดขายตรง USA คนที่ทำขายตรงเป็น ผช ถึง 87.9% มี ผญ ที่ทำขายตรงแค่ 12.1 % เท่านั้น</div>
</li>
</ul>
<p style="TEXT-ALIGN: center"> <img class="alignnone size-full wp-image-417" title="2007education" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007education.jpg" alt="2007education" width="400" height="127" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">มาดูระดับการศึกษาบ้าง ที่ USA คนที่ทำขายตรงส่วนใหญ่ จะเป็นคนที่จบ ป.ตรี ครับ (32%) และลองลงมาคือจบพวก ปวส หรือ พาณิชย์ ถึง 29% ครับ</div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-419" title="2007maritalstatus" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007maritalstatus.jpg" alt="2007maritalstatus" width="400" height="146" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">นอกจากนั้นคนทำขายตรงที่ USA ส่วนใหญ่เป็นคนที่แต่งงานแล้วครับถึง 77%</div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-420" title="2007timespent" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007timespent.jpg" alt="2007timespent" width="400" height="218" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">อันนี้น่าสนใจไม่แพ้กัน<span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;"> ที่ USA เค้าว่ากันว่าคนที่ทำขายตรงส่วนใหญ่ใช้เวลากับธุรกิจนี้ ประมาณแค่ 1-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (31%)</span></span> โดยลองลงมาใช้เวลาประมาณ 5-9 ชม. ต่อสัปดาห์ หมายความว่า วันละประมาณแค่ 1 ชม.เองครับ</div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-431" title="2007salesstrategy" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007salesstrategy.jpg" alt="2007salesstrategy" width="400" height="226" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">แล้ววีธีการขายตรงของทาง USA อันไหนใช้มากสุด น่าจะเหมือนไทยนะครับหรือการขายแบบตัวต่อตัวประมาณ 64.5% และการขาย Paty plan หรือ การจัดกลุ่มขายสินค้าคิดเป็น 27.7%</div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-435" title="2007productcategory" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007productcategory1.jpg" alt="2007productcategory" width="400" height="255" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">สินค้าอะไรที่ USA เค้าทำขายตรงมากที่สุด ยังเป็นเสื้อผ้าครับ และก็พวกของใช้ส่วนบุคคลคิดเป็น 32.8%</span></span> =.= เอของไทยมีขายเสื้อผ้าแบบขายตรงหรือป่าวนะ รองลงมาเป็นพวกสินค้าสำหรับครอบครัวครับคิดเป็น 25.6%</div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-428" title="2007sales" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007sales1.jpg" alt="2007sales" width="400" height="255" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">แล้วลองมาดูการเติบโต ไม่น่าสงสัยที่<span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">ปี 2007 อเมริกายอดขายจะลดลงจากปี 2006 </span></span>ครับ โดย 2007 มียอดขายรวมอยู่ที่ 30.80 พันล้านเหรียญ ที่ลดลงน่าจะมาจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของอเมริกาเองครับ</div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-429" title="2007salesforce" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007salesforce.jpg" alt="2007salesforce" width="400" height="255" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">ถ้ายอดขายลดลง จำนวนคนที่ทำงานตรงของ USA ก็ลดลงในทิศทางเดียวกันครับ โดยลดลงประมาณ 0.2 ล้านคนหรือปรมาณ 2 แสนคนครับ</div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-430" title="2007avgannualgrowth-sales" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007avgannualgrowth-sales.jpg" alt="2007avgannualgrowth-sales" width="400" height="268" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">มาดูอัตราการเติบโตบ้าง ถ้านับ 1 ปีที่ผ่านมา ลดลงไป 4.3% แต่ถ้านับ 5 ปีย้อนหลังมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 1.5% ครับ</div>
</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-432" title="2007ussalescomparison" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2007ussalescomparison.jpg" alt="2007ussalescomparison" width="400" height="249" /></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;">อันนี้น่าสนใจไม่แพ้กัน หากดูอัตราการเปลี่ยนแปลงแต่ละปี แน่นอนครับอัตราการเติบโตของคล้ายตรงลดลง 4.3% แต่ไม่ใช่แค่ขายตรงครับ พวกขายปลีกเองก็ลดลงจากเดิมดูเส้นน้ำเงินครับ</div>
</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/mlm-market-usa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมหลายคนถึงไม่ work กับธุรกิจเครือข่าย</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/why-fail-mlm/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/why-fail-mlm/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2009 12:07:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=213</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อนๆ เคยสงสัยป่าวครับ รอบๆ ตัวเราจะมีคนทำพวกธุรกิจเครือข่ายหลายคนเลย แต่ส่วนใหญ่ที่เราได้ฟังมา =.= 80% บอกว่าไม่เวิค ทำแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ผมก็เคยนั่งๆ คิด นอนคิด เพราะผมเคยก็เคยล้มเหลวกับการทำ MLM มาก่อน ถ้าไม่นับ หลักเกณฑ์ในการเลือกบริษัทที่ผมเคยกล่าวไปแล้ว แสดงว่ามันมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแหงๆ เลย แล้วผมก็พบความจริงบางข้อครับ % ประสบผลสำเร็จ ถ้าไม่นับบริษัทแล้ว ก็อยู่ที่ตัวพวกเราเองนี่แล่ะครับ ถ้าบริษัท เวิค แล้วทำไมเราถึงไม่เวิคกัน ผมมีสรุปให้ฟังดังนี้ครับ    1. ลืมไปครับว่ามาทำธุรกิจ เป็นเหตุผลตลกๆ แรกๆ เลย ที่หลายคนมาทำธุรกิจเครือข่ายลืมไปครับว่าตัวเองมาทำธุรกิจ ไม่ใช่มาเล่นๆ งั้นการทำธุรกิจต้องการไรบ้าง การทำธุรกิจเครือข่ายก็แทบจะเหมือนกันเลยครับ ต้องการความตั้งใจ ต้องการเรียนรู้ ต้องการการลงทุน และต้องการการลงแรง - &#8211; หลายคนที่มาทำ แทบจะลืมที่ผมบอกไปหมด เพราะดันไปเจอ สโลแกน แปลกๆ ของบริษัทธุรกิจเครือข่ายบางบริษัท ยกตัวอย่างเช่น นั่งกด internet แค่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-233 alignleft" title="MLM fail" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/10/2__1_1.JPG" alt="MLM fail" width="196" height="156" />เพื่อนๆ เคยสงสัยป่าวครับ <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">รอบๆ ตัวเราจะมีคนทำพวกธุรกิจเครือข่ายหลายคนเลย แต่ส่วนใหญ่ที่เราได้ฟังมา =.= 80% บอกว่าไม่เวิค ทำแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ </span></span>ผมก็เคยนั่งๆ คิด นอนคิด เพราะผมเคยก็เคยล้มเหลวกับการทำ MLM มาก่อน <span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ถ้าไม่นับ หลักเกณฑ์ในการเลือกบริษัทที่ผมเคยกล่าวไปแล้ว </span></span>แสดงว่ามันมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแหงๆ เลย แล้วผมก็พบความจริงบางข้อครับ % ประสบผลสำเร็จ <span style="color: #808000;"><span style="text-decoration: underline;">ถ้าไม่นับบริษัทแล้ว ก็อยู่ที่ตัวพวกเราเองนี่แล่ะครับ </span></span>ถ้าบริษัท เวิค แล้วทำไมเราถึงไม่เวิคกัน ผมมีสรุปให้ฟังดังนี้ครับ</p>
<p> </p>
<h4> <span style="color: #ff6600;">1. ลืมไปครับว่ามาทำธุรกิจ</span></h4>
<p>เป็นเหตุผลตลกๆ แรกๆ เลย ที่หลายคนมาทำธุรกิจเครือข่าย<span style="color: #0000ff;"><strong><span style="text-decoration: underline;">ลืมไปครับว่าตัวเองมาทำธุรกิจ ไม่ใช่มาเล่นๆ </span></strong></span>งั้นการทำธุรกิจต้องการไรบ้าง การทำธุรกิจเครือข่ายก็แทบจะเหมือนกันเลยครับ <span style="color: #ff0000;"><strong>ต้องการความตั้งใจ</strong> </span><span style="color: #008000;"><strong>ต้องการเรียนรู้</strong></span> <span style="color: #800080;"><strong>ต้องการการลงทุน </strong></span>และ<span style="color: #008080;"><strong>ต้องการการลงแรง </strong></span>- &#8211; หลายคนที่มาทำ แทบจะลืมที่ผมบอกไปหมด เพราะดันไปเจอ สโลแกน แปลกๆ ของบริษัทธุรกิจเครือข่ายบางบริษัท ยกตัวอย่างเช่น</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff0000;">นั่งกด internet แค่ 3 ชม. ก็ได้เงินเป็นแสน (อันนี้สงสัยชวนเล่นหุ้น)</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff0000;">บริษัทของเราแผนการตลาดดีที่สุดในโลก ทำ 3 อาทิด รายได้เป็นหมื่น</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #ff0000;">ผลิตภัณฑ์ของเราผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด เป็นที่ต้องการของตลาด</span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">อ่านผ่านๆ ผมบอกได้เลยว่า การทำธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่เป็นอย่างที่เค้าบอกมาเลยครับ ถ้าบริษัทดี ก็อยู่ที่ตัวเพื่อนๆ นี่แล่ะครับ <span style="color: #008000;">แน่นอนครับธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ลงทุนต่ำ</span> ความเสี่ยงน้อย <span style="color: #ff0000;"><strong>แต่ต้องการการลงแรง</strong></span>หมายถึงต้องเหนื่อยกับมันบ้างเหมือนกับการทำธุรกิจทั่วไปครับ<span style="color: #ff6600;"><strong><span style="text-decoration: underline;"> ต้องการการฝึกอบรม</span></strong></span> <span style="color: #008080;"><span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>ต้องการการกำหนดเป้าหมาย</strong></span> <span style="color: #000000;">หลายคนบอกไม่จริง มี อันนี้ทำได้ อันนั้นทำได้ หลายคนบอก ไม่รู้สิครับผมไม่ค่อยเชื่อที่แค่คำที่เค้าเขียนเฉยๆ<span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;"> ปัจจุบันผมเล่นหุ้นผมก็ได้เยอะอยู่นะขาขึ้นเลยหละ</span> </span>(ช่วงนี้ยิ่ง 750 แล้ว แม่เจ้า) แต่ถามว่าเหนื่อยป่าว จะเหลือเหรอครับ ต้องทำการบ้านไปนั่งดูกราฟ วิเคราะห์เทคนิค คิดว่าราคาพรุ่งนี้เปิดเป็นไง จะซื้อเลยไหม เชคข่าว </span></span></span></span>metastock เนี่ยอ่านยังกะหนังสือพิมพ์ นั่งเขียนสูตรเองทุกวัน เหมือนกันครับ ไม่ว่าทำไรต้องมีแผนงานชัดเจน <span id="more-213"></span></p>
<h4 style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #008080;"><span style="color: #ff6600;">2. ต้นอยู่ต้นสายถึงจะน่าทำ =.= </span></span></span></h4>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #008080;"><span style="color: #000000;">เป็นความเชื่อผิดๆ ที่เล่าขานกันมาตรับ ว่า บริษัทที่น่าจะทำ คือบริษัท ที่เราสามารถเป็นต้นสายได้ก่อนคนอื่น -.- ไม่จริงหรอกครับ ไม่ว่าคุณมาช้ามาไว ก็สำเร็จได้ อย่างแรกเป็นปัจจัยของบริษัท ผลิตภัณฑ์ ผู้บริหาร แผนการตลาด แต่ถ้าที่ผมกล่าวมามันดี แล้วคุณไม่ทำไรเลย นั่งเล่นไปเล่นมา <span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ต่อให้ต้นสาย 100 ปี ก็ไม่สำเร็จครับ</span> </span>บอกแล้วครับทำธุรกิจเครือข่าย ต้องเหนื่อยครับ ไม่ใช่เหมือนหลายๆ ท่านบอก สบายๆ อยู่บ้านก็รวยได้ ถามจริงๆ ครับมีงานไหนไม่เหนื่อยแล้วได้ผลตอบแทนเป็นแสนบ้างครับ  <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">ขนาดทำหอพักยังเหนื่อยเวลามารบกับคนในหอเลย</span> </span></span></span></span></p>
<h4 style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #008080;"><span style="color: #ff6600;">3. ต้อง stock ของไว้ขายนะ </span></span></span></h4>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #008080;"><span style="color: #000000;">อันนี้ ถ้าเพื่อนๆ <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">เจอบริษัทไหนที่เพื่อนๆ ต้องไป stock สินค้าแล้วต้องไปซื้อเก็บไว้เพื่อขายต่อ</span> </span>ผมว่าเลิกเหอะครับ <span style="color: #ff0000;">บริษัทดีๆ สมัยใหม่ๆ เค้าไม่ทำไรโบราณแบบนั้นเลย </span>ต้องไปเสียเงินเป็นหมื่นซื้อของมาเก็บ สุดท้ายมันก็จะอยู่มุมห้องเพื่อนๆ จนเพื่อนๆ เลิกทำนี่แล่ะครับ </span></span></span></p>
<h4 style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;"> 4. กลัวความลำบากครับ </span></h4>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">หลายคนบอกว่ามีคนแบบนี้ในโลกด้วยเหรอเนี่ย มีจริงๆ ครับ คนทำธุรกิจเครือข่าย <span style="color: #339966;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000;">โดยเฉพาะคนที่โดนชวนมาแบบผิดๆ โดนหลอกมาว่า งานสบายๆ เดี๋ยวก็มีรายได้แล่ะ </span></span></span>พวกนี้จะ<span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">กัวความลำบากเป็นอย่างมาก พูดง่ายๆ ไม่อยากทำไรเลยครับ </span></span>เคยเจอป่าวครับ<span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;"> <span style="color: #ff0000;">ทีมเรามีคนที่บอกว่าจะทำรออัพไลน์ช่วยก่อนถึงจะทำ =.= </span></span></span>ธุรกิจเครือข่ายจะโตได้อยู่กับตัวคุณครับ เพราะคุณเองต้องไปถ่ายทอดทีมคุณต่ออีกทีเมื่อคุณมีทีมของคุณแล้ว 100% ของคนที่คิดแบบนี้ล้มเหลวครับ </span></p>
<h4 style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;"> 5 ไม่อยากรักษายอด</span></h4>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">ลองมองแบบเป็นธรรมนะครับ เพราะผมได้ยินหลายคนชอบบอกว่า <span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ทำไมชั้นหรือเราต้องรักษายอดด้วย </span></span>=.= <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">เหตุผลง่ายๆ เลยนะครับ บริษัทที่เราทำจะมีรายได้มาจ่ายเราได้ยังไง ถ้าบริษัทยอดขายตกลง </span></span>ถ้าเพื่อนๆ เป็น sale ของบริษัทแห่งหนึ่ง ผมถามจากใจเลยครับ <span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">บริษัทเพื่อนๆ ไม่เคยบอกเพื่อนให้ทำยอด หรือรักษายอดขายแต่ละเดือนหรือครับ </span></span>อย่างที่ผมบอก <span style="color: #993366;"><span style="text-decoration: underline;">หลายคนลืมว่าตัวเองมาทำธุรกิจครับ </span></span>เลยเอาความคิดแปลกๆ ใส่เข้าไป โดยไม่มองความจริงว่า เรากำลังอยู่ในธุรกิจเครือข่าย </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #808000;"><span style="text-decoration: underline;">ทุกบริษัทเปิดมาความจริงคือต้องการขายสินค้าครับ</span></span>ไม่งั้นเค้าจะเปิดมาทำไม จะเป็นไปได้ยังไงที่ไม่ต้องรักษายอด แล้วถามเล่นๆ <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">บริษัทเครือข่ายปกติสามารถทำธุรกิจอยู่ได้ยังไงครับ </span></span>เอาเงินไหนมาจ่ายพวกเรา<span style="color: #ff0000;"><strong> </strong><span style="text-decoration: underline;"><strong>ง่ายๆ เลยครับก็มาจากยอดซื้อซ้ำของคนเก่า กับยอดซื้อใหม่ของคนใหม่ สะสมกันจนถึงยอดเป้าหมายและบริษัทเติบโตไปได้</strong> </span></span>แทนที่จะห่วงกับการรักษายอด ผมว่าน่าจะสนใจยอดขายภาพรวมของบริษัทที่เติบโตได้ทุกปีจะดีกว่า ยอดที่เพิ่มขึ้น หมายถึงรายได้เราที่จะมากขึ้นด้วยครับ </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">ผมเห็นหลายบริษัทบอก บริษัทเราไม่ต้องรักษายอด<span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;"> เยี่ยมครับ แล้วถ้าเกิดยอดขายตก บริษัทเคยคิดไหมครับว่าจะทำไง มีเงินมาจ่ายคนทำงานหรือป่าว ตอบไม่ได้ครับ เพราะคิดว่าแต่จะขายได้</span> </span>=.= เลิกเลยครับถ้าบริษัทตอบแบบนี้ว่าแผนการตลาดเราสุดยอด ไงก็มีเงินจ่าย ไว้เดี๋ยวผมจะคำนวนให้ดูครับ <span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ว่าแต่ละแผนสามารถจ่ายได้สูงสุดเท่าไหร่ </span></span>ไม่นานเกินรอ</span></p>
<h4 style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;">6. เกลียดการอบรมสุดๆ </span></h4>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">การอบรมของธุรกิจเครือข่ายหรือที่ใครๆ เรียกว่าประชุมนี่แล่ะครับ หลายคนบอกพี่ๆ <span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">หนูอ่ะไม่ไปได้ป่าว ไม่เห็นมีไรที่ต้องไปเลยน่าเบื่อมากๆๆ มีแต่เรื่องเดิมๆ </span></span>มีคนถามผมจริงๆ ว่าทำไมต้องไปอบรม</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">=.= คำตอบที่ง่ายมากคือไป<span style="color: #0000ff;"><strong>หัดเรียนรู้</strong></span>ครับ แน่นอนถ้า<span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">คุณเป็นมือใหม่ในโลกธุรกิจเครือข่ายวิธีที่ง่ายที่สุดคือไปดูคนที่เค้าเคยทำแล้ว เค้าทำยังไง</span> </span>ง่ายๆ เหมือนเพื่อนๆ เป็น sale ขายรถ แน่นอนบริษัทต้องส่งเพื่อนๆ ไปเรียนเกี่ยวกับตัวสินค้า การแนะนำรถยนต์ การกำหนดเป้าหมาย เหมือนกันครับ -.- <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">ไม่ว่าจะธุรกิจธรรมดา และ ธุรกิจเครือข่าย ก็ต้องการห้องอบรม หรืออะไรก็ได้ ที่สามารถถ่ายทอดวิธีการทำงานไปสู่อีกคนต่อไปเรื่อยๆ </span></span>ลองไปถามพวกทำยอดเป็นแสนดิครับ T T เค้าจะสามารถทำงานได้เองเหรอครับ วิธีของเค้าคือสร้างทีมงานที่มีคุณภาพขึ้นมา </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">ลองยกตัวอย่างเล่นๆ ถ้าเพื่อนๆ ทำธุรกิจเครือข่ายตัวนึง โห่ พึ่งเข้าใหม่เลย จะไปแนะนำคนที่บ้านหรือไปบอกรายละเอียด เอาง่ายๆ คุณแม่หละกาน ผมว่ามันก็ไม่ง่ายมากนะครับ ถ้าจะไปบอกเรื่องราวที่เรารับทราบมาแค่การไปฟัง 1 ครั้ง แล้วถ่ายทอดได้ครบถ้วน <span style="color: #800080;"><span style="text-decoration: underline;">ลองไปถามอัพไลน์ที่รายได้เยอะๆ ถามง่ายๆ ครับเค้าผ่านมากี่เคสแล่ะ เคยไปสปอนเซอร์มากี่คน รับรองเป็นพันครับ กว่าจะมาวันนี้</span></span></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">แล้วถามต่อทำไมต้องไปฟังหลายครั้ง <span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">ครั้งเดียวไม่ได้เหรอ </span></span>ได้ครับ ถ้าเพื่อนๆ คิดว่าไปครั้งเดียวแล้วได้หมดเลย แต่ถ้าคิดว่ายังไม่พร้อม แนะนำไปอีกรอบครับ <span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">center ที่ดี เข้าฟรีครับไม่มีเก็บเงิน เรียนรู้ได้ทุกครั้งที่ต้องการครับ </span></span>=.= อย่าว่าแล่ะครับ <span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเครือข่ายคือการใช้เครือข่ายผ่อนแรงให้คุณ </span></span>ถ้าคุณต้องไปถ่ายทอดเรื่องราวทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว กับการใช้เครือข่ายช่วยถ่ายทอด แน่นอน เครือข่ายน่าจะเป็นเครื่องมือเบาแรงได้มากกว่า </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">มีมากกว่านั้นหลายที่บอกว่า ผมแค่ใช้เวลา 2-3 นาทีโทรไปคุยกับทีมงานก็เรียบร้อยแล้ว ^^ แจ่มครับ <span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">ผมก็ใช้วิธีโทรไปติดตามประจำแล่ะครับ แต่ถ้าจะมั่นใจว่าลูกทีมเรามีศักยภาพถึงไหนแล้ว ไงการ meeting หรือ อบรมเล็กๆ ก็จำเป็นครับ</span> </span>ไม่งั้นบริษัท toyota บริษัท acer เค้าคงไม่อบรมพนักงานเกี่ยวกับการขายของของเค้าหรอกครับ </span></p>
<h4 style="text-align: left;"><span style="color: #ff6600;"> 7. เดือนแรกขอรวยโลด</span></h4>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">อันนี้เป็นความเข้าใจผิดๆ ที่หลายท่านทำแล้วบอกว่า <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">เอทำไมเดือนแรกรายได้หลักร้อยอยู่เลย </span></span>- &#8211; มันก็มีครับที่บางคนสามารถแตะหลักเหมื่นและหลักแสน ได้ในเวลาไม่กี่เดือน -.- ข้อด้อยของธุรกิจเครือข่ายคือ <span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">รายได้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป </span></span>ลองคิดเล่นๆ ครับ <span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">วันนี้มีบริษัทนึงบอกเชิญท่านมาร่วมเครือข่ายแล้วให้เงินเดือน 2 หมื่นคงที่ ไม่มีขึ้น ผมว่าก็มีหลายคนสนใจนะ </span></span><span style="color: #339966;"><strong>เพราะรายได้แน่นอน </strong></span>แต่ธุรกิจ<span style="color: #ff0000;"><span style="color: #3366ff;"><span style="text-decoration: underline;">เครือข่ายรายได้พวกเราไม่แน่นอนครับ ขึ้นอยู่กับการใช้ของเครือข่ายและจำนวนคนในเครือข่ายเราจริงป่าวครับ </span></span></span>แต่ถ้าทีมเราเติบโต แน่นอนเราตั้งเป้าหมายได้ครับ ว่าจะรายได้สักเท่าไหร่ในเวลาเท่าไหร่ อย่างผมก็มีครับ ผมตั้งทีละขั้น 6 เดือนผมขอแตะหลักหมื่นให้ได้ แล้วค่อยไปอีกก้าวครับ ใจเย็นๆ อย่ารีบครับ </span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><strong><span style="color: #ff0000;">แล้วสรุปว่า จะมาทำธุรกิจเครือข่ายต้องทำใจไรบ้าง</span></strong></span></p>
<ul>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><strong><span style="text-decoration: underline;">ต้องมีการลงแรงครับ </span></strong></span>หมายถึง เพื่อนๆ ต้องตั้งใจครับ ไหนๆ จะมาทำแล้ว อย่าลืมครับตัวเองมาทำธุรกิจไม่ได้มาเล่นๆ เหมือนเรียนไปโดดไป =.=</span></div>
</li>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #0000ff;"><strong><span style="text-decoration: underline;">หมั่นเรียนรู้ครับ </span></strong></span>ใครมีเทคนิค ไรดี มีอะไรน่าสนใจ ผมว่า น่าสนนะ ผมชอบไปฟังพวกที่เค้ารายได้แสนกว่า เค้าทำยังไง มีไรที่น่ามาประยุกต์ใช้บ้าง</span></div>
</li>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #008000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">หัดตั้งเป้าหมายเป็น ขั้นๆ </span></strong></span>ครับ 3 เดือนคิดจะมีรายได้เท่าไหร่ 6 เดือนเท่าไหร่ 1 ปี เท่าไหร่ ไม่ต้องแบบ เดือนแรกรวย </span></div>
</li>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><strong><span style="text-decoration: underline;">เริ่มที่ตัวเพื่อนๆ เองครับ </span></strong></span>ไม่มีใครช่วยเพื่อนๆ ได้ดีเท่ากับตัวเอง อย่าต้องรอว่าจะเริ่มเมื่อมีคนอื่นช่วยๆ </span></div>
</li>
<li>
<div style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff00ff;"><strong><span style="text-decoration: underline;">หัดแบ่งเวลาครับ </span></strong></span>แน่นอนเพราะว่าเวลาส่วนนึง เพื่อนๆ ก็ต้องแบ่งไปให้ธุรกิจที่เพื่อนๆ ทำ วันนึงมี 24 ชม. ผมว่าแบ่งไม่ยากนะครับ ทำงาน 8 พักผ่อน 8 เหลืออีก 8 บางคนไม่เต็ม 8 เจียดมาสัก 1-2 ชม.ต่อวัน ก็ยังดี ^^ </span></div>
</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/why-fail-mlm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายตรง VS ธุรกิจเครื่อข่าย VS ธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภค</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%87-vs-%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%87-vs-%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2009 00:51:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=156</guid>
		<description><![CDATA[หลายท่านฟังสามคำนี้แล้วยัง งงๆ ว่ามันต่างกันยังไง เอ ดูชื่อแล้วอันสุดท้ายนี่แปลกๆ ชะมัด จริงๆ แล้วไม่ต้องแปลกใจครับ จริงๆ แล้วถ้าลองไปอ่านประวัติ MLM ที่ผมเคยเล่าจะสามารถแยกได้ดังนี้ครับ ขายตรง อันนี้ตรงตัวครับ เป็นการขาย โดยส่วนใหญ่ คำว่าขายตรงคือจะเน้นขายคนเดียว ยุกเริ่มแรกก็คือการขายของโดยการไปกดกริ่งตามบ้านแล้วโชว์สินค้าอ่ะครับ ธุรกิจเครื่อข่าย พัฒนามาจากคำว่าขายตรงครับ แทนที่จะไปขายคนเดียว งานนี้เราไปเป็นทีมครับ สร้างทีมจำหน่ายสินค้าโดยอาศัยหลักการขายตรง ยิ่งเครื่อข่ายมากการจำหน่ายสินค้ายิ่งเป็นไปได้มาก ธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภค อันนี้พัฒนามาจากธุรกิจเครือข่ายอีกทีครับ แทนทื่เราจะไปขาย = = บางทีก็โดนปฏิเสธ จนเหนื่อยใจ เราก็ใช้แทนครับ คือถ้าบริษัทมีผลิตภัณฑ์อะไร เราก็ใช้สินค้าของเค้าแทนที่เราจะไปซื้อจากที่อื่น = = พูดง่ายๆ เปลี่ยนทีการซื้อสินค้าเป็นรายได้กลับคืนมา แน่นอนครับ ถ้าเราซื้อคนเดียว รอร้อยปีคงไม่มีรายได้ครับ เพราะซื้อใช้ให้ตายไงก็ไม่คุ้มกับรายจ่าย ธุรกิจเครื่อข่ายผู้บริโภคก็คือ การที่เราสร้างการเครือข่ายการใช้สินค้าขึ้นมาแทนการขาย ข้อดีคือ ทำง่ายกว่าขายครับ เน้นซื้อของใช้ที่เราจำเป็นที่บริษัทมีจำหน่าย ตัวอย่างง่ายๆ ครับ ผมร่วมงานกับ Aimstar ผมก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Aimstar ครับ = [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">หลายท่านฟังสามคำนี้แล้วยัง งงๆ ว่ามันต่างกันยังไง เอ ดูชื่อแล้วอันสุดท้ายนี่แปลกๆ ชะมัด</p>
<p>จริงๆ แล้วไม่ต้องแปลกใจครับ จริงๆ แล้วถ้าลองไปอ่านประวัติ<span style="color: #ff0000;"><strong> MLM </strong></span>ที่ผมเคยเล่าจะสามารถแยกได้ดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li><strong><span style="color: #ff6600;">ขายตรง</span> </strong>อันนี้ตรงตัวครับ เป็นการขาย โดยส่วนใหญ่ คำว่าขายตรงคือจะเน้นขายคนเดียว ยุกเริ่มแรกก็คือการขายของโดยการไปกดกริ่งตามบ้านแล้วโชว์สินค้าอ่ะครับ</li>
<li><span style="color: #ff6600;"><strong>ธุรกิจเครื่อข่าย </strong></span>พัฒนามาจากคำว่าขายตรงครับ แทนที่จะไปขายคนเดียว งานนี้เราไปเป็นทีมครับ สร้างทีมจำหน่ายสินค้าโดยอาศัยหลักการขายตรง ยิ่งเครื่อข่ายมากการจำหน่ายสินค้ายิ่งเป็นไปได้มาก</li>
<li><span style="color: #ff6600;"><strong>ธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภค</strong> <span style="color: #000000;">อันนี้พัฒนามาจากธุรกิจเครือข่ายอีกทีครับ แทนทื่เราจะไปขาย = = บางทีก็โดนปฏิเสธ จนเหนื่อยใจ เราก็ใช้แทนครับ คือถ้าบริษัทมีผลิตภัณฑ์อะไร เราก็ใช้สินค้าของเค้าแทนที่เราจะไปซื้อจากที่อื่น = = พูดง่ายๆ <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">เปลี่ยนทีการซื้อสินค้าเป็นรายได้กลับคืนมา </span></span>แน่นอนครับ ถ้าเราซื้อคนเดียว รอร้อยปีคงไม่มีรายได้ครับ เพราะซื้อใช้ให้ตายไงก็ไม่คุ้มกับรายจ่าย ธุรกิจเครื่อข่ายผู้บริโภคก็คือ <span style="color: #ff0000;"><strong>การที่เราสร้างการเครือข่ายการใช้สินค้าขึ้นมาแทนการขาย </strong></span>ข้อดีคือ ทำง่ายกว่าขายครับ เน้นซื้อของใช้ที่เราจำเป็นที่บริษัทมีจำหน่าย</span></span></li>
</ul>
<p><span id="more-156"></span><br />
<span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">ตัวอย่างง่ายๆ ครับ ผมร่วมงานกับ Aimstar ผมก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Aimstar ครับ = = แน่นอนไม่ได้ใช้หมดทุกอย่างครับ พวกเครื่องสำอางค์ ลิปติก ผมจะไปใช้ไมเนี่ย 55 เบี่ยงเบนพอดี ผมก็ใช้พวกของใช้ในบ้านครับ ยาสีฟัน เจลอาบน้ำ อาหารเสริมน้ำมันจมูกข้าว <span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">แล้วถามต่อผมใช้แต่ของ Aimstar รึป่าว </span></span>ก็ไม่ใช่ครับ เพราะ Aimstar ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ครบหมดทุกอย่าง อันไหนไม่มีเช่น กระดาษทิชชู่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผมก็ซื้อจกาพวก Lotus ทั่วไปแล่ะครับ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ <span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;">คือซื้อผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่เราปกติใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วการซื้อสามารถสร้างผลตอบแทนคืนมาได้จากเครือข่ายของเราครับ </span></span>ผลตอบแทนเป็นยังไง ไว้มาต่อตรงแผนธุรกิจครับ ^^</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%87-vs-%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมถึงสนใจธุรกิจเครือข่าย</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Sep 2009 12:10:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=114</guid>
		<description><![CDATA[ธุรกิจเครือข่ายดีจริงหรือ ?   หลายคนสงสัยครับ วิศวกรอย่างผมทำไมถึงสนใจธุรกิจเครือข่าย ทำไมถึงมาทำ มันดีจริงเหรอ ผมเองก็เคยทำธุรกิจมาหลายอย่างทั้งเปิดโมเดลลิ่ง เปิดร้านเหล้า import เสื้อผ้ามาขาย ลงทุนในตลาดหุ้น ลองดูมุมมองผมต่อธุรกิจเครือข่ายดูไหมครับว่ามันต่างจากเพื่อนๆ ยังไง   ธุรกิจเครือข่าย ถ้าเทียบกับการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ผมว่ายังต่ำมากครับ ถึงจะรวมค่าเข้าประชุม ค่าสมัคร ค่าโน้นนี่ ยังไงก็ไม่เท่ากับการทำธุรกิจจริงๆ จัง แน่นอนครับ ตอนผมทำขายเสื้อผ้า ผมต้องมีค่าใช้จ่ายในการบินไปดูตลาดที่จีน ค่าเปิดร้าน ค่า shipping ค่าโฆษณาโปรโมตเวป เพราะผมขายผ่านเวปด้วย ตอนนั้นๆ รวมๆ ค่าใช้จ่ายที่ผมจดไว้ประมาณเกือบแสนครับ = = ตอนเปิดร้านเหล้าไม่ต้องพูดถึงครับนั้นไปถึงหลักหลายแสน T T เป็นธุรกิจถูกกฎหมายครับ เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบกับ สคบ. ได้ว่าบริษัทที่เพื่อนๆ สมัครมันผ่านการพิจารณาจาก สคบ. หรือไม่ ธุรกิจเครือข่ายที่ดี สร้างการทำงานเป็นทีมครับ อย่างน้อยๆ ธุรกิจนี้สอนให้คุณทำงานกับคนจำนวนมาก การทำงานเป็นทีม การวางแผน ก็เหมือนกับการทำธุรกิจเราดีๆ นี่เองครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="color: #0000ff;"><img class="alignleft size-full wp-image-126" title="MLM_resize" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/09/MLM_resize.jpg" alt="MLM_resize" width="178" height="179" />ธุรกิจเครือข่ายดีจริงหรือ ?</span></h3>
<p> </p>
<p>หลายคนสงสัยครับ วิศวกรอย่างผมทำไมถึงสนใจธุรกิจเครือข่าย ทำไมถึงมาทำ มันดีจริงเหรอ ผมเองก็เคยทำธุรกิจมาหลายอย่างทั้งเปิดโมเดลลิ่ง เปิดร้านเหล้า import เสื้อผ้ามาขาย ลงทุนในตลาดหุ้น ลองดูมุมมองผมต่อธุรกิจเครือข่ายดูไหมครับว่ามันต่างจากเพื่อนๆ ยังไง</p>
<p><span id="more-114"></span></p>
<p> </p>
<ul>
<li>ธุรกิจเครือข่าย <span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">ถ้าเทียบกับการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ผมว่ายังต่ำมากครับ </span></span>ถึงจะรวมค่าเข้าประชุม ค่าสมัคร ค่าโน้นนี่ ยังไงก็ไม่เท่ากับการทำธุรกิจจริงๆ จัง แน่นอนครับ ตอนผมทำขายเสื้อผ้า ผมต้องมีค่าใช้จ่ายในการบินไปดูตลาดที่จีน ค่าเปิดร้าน ค่า shipping ค่าโฆษณาโปรโมตเวป เพราะผมขายผ่านเวปด้วย ตอนนั้นๆ รวมๆ ค่าใช้จ่ายที่ผมจดไว้ประมาณเกือบแสนครับ = = ตอนเปิดร้านเหล้าไม่ต้องพูดถึงครับนั้นไปถึงหลักหลายแสน T T</li>
<li><span style="color: #ff0000;">เป็นธุรกิจถูกกฎหมายครับ </span>เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบกับ สคบ. ได้ว่าบริษัทที่เพื่อนๆ สมัครมันผ่านการพิจารณาจาก สคบ. หรือไม่</li>
<li><span style="color: #0000ff;">ธุรกิจเครือข่ายที่ดี สร้างการทำงานเป็นทีมครับ </span>อย่างน้อยๆ ธุรกิจนี้สอนให้คุณทำงานกับคนจำนวนมาก การทำงานเป็นทีม การวางแผน ก็เหมือนกับการทำธุรกิจเราดีๆ นี่เองครับ ไม่เคยมีใครสำเร็จในธุรกิจนี้ โดยทำงานเพียงแค่ตัวคนเดียว</li>
<li><span style="color: #ff6600;">สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง </span>เมื่อทำอย่างถูกวิธี (หลายคนต้องบอกว่า ทำแล้วเลิกแล้วมาหลายครั้ง) ไว้เรามาต่อกันครับ</li>
<li><span style="color: #ff0000;"><strong>ท้าทายครับ</strong> </span>ยิ่งได้ยินว่าคนบอกว่าทำไงก็ไม่สำเร็จ ยิ่งทำให้ผมอยากทำครับ อยากรู้จริงๆ เลย มันเป็นยังไง ทำไมหลายคนมองภาพลักษณ์แย่ ใครเป็นนักธุรกิจ คำว่าท้าทาย นี่ เป็นคำแรกๆ ที่อยากเจอครับ</li>
<li>มีคนเคยทำสำเร็จครับ แน่นอนครับ ถ้าไม่มีใครเคยทำเงินจากธุรกิจนี้ได้ผมคงไม่มาทำครับ เพราะคาดการณ์ได้ว่าหลอกลวงชัวร์</li>
<li>ตลาดครับ <span style="color: #ff6600;"><strong>ตลาดธุรกิจเครือข่าย เติบโต ต่อเนื่องทุกปี</strong></span> ลองแวะไปดูข้อมูลจากสมาคมขายตรงแห่งประเทศไทยได้ครับ</li>
<li>ผมต้องการสะสมเงินทุนไปทำธุรกิจที่ผมสนใจครับ โดยเฉพาะ ธุรกิจ Recycle ซึ่งผมวางแผนจะเปิดโรงงาน Recycle ที่ประเทศไทยยังไม่มีอีกสัก 3-5 ปีข้างหน้าครับ</li>
<li>สร้างรายได้เพิ่มครับ<span style="color: #ff6600;"><strong>เหมือนเป็นยางอะไหล่ของตัวเอง</strong></span> ถ้ามีเวลาว่างๆ ผมจะหาโอกาสหาแหล่งรายได้อื่นๆ เสมอๆ <span style="color: #339966;">แถมยังฝึกการวางแผนชีวิตให้กับตัวเองครับ </span>ผมเองกำหนดเป้าหมายให้ตัวเองทุกปีครับ ว่าปีๆ นึง เราจะก้าวไปด้านไหนบ้าง ทั้งงานประจำ และงานที่ทำอื่นๆ = = ทำได้หรือป่าวนี่อีกเรื่อง 55</li>
</ul>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #800080;">แล้วทำไมหลายคนล้มเหลวในธุรกิจนี้ ไว้เรามาต่อกันครับ</span></span></span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตรวจสอบบริษัทขายตรงได้ที่ไหน&#8230;</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/check-mlm/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/check-mlm/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Sep 2009 07:21:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=91</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากอ่านๆ มาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ หลายคนต้องมีคำถาม เอแล้วเราจะไปหาข้อมูลว่าบริษัทไหนผ่านหลักเกณฑ์บ้าง ในประเทศไทยเราก็มีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องของขายตรงอยู่นะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. นั้นเองครับ วิธีตรวจสอบก็ง่ายๆ ครับ เข้าไปตาม link นี้ http://www.ocpb.go.th/list_CLine.asp จากนั้นก็ใส่ชื่อบริษัทฯ ที่เพื่อนๆ ต้องการค้นหาลงไป มันก็จะโชว์มาเลย ว่าบริษัทที่ เพื่อนๆ จะร่วมงานด้วย ผ่านการพิจารณาจาก สคบ. หรือยัง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-105" title="สคบ" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/09/สคบ.jpg" alt="สคบ" width="300" height="195" />หลังจากอ่านๆ มาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ หลายคนต้องมีคำถาม เอแล้วเราจะไปหาข้อมูลว่าบริษัทไหนผ่านหลักเกณฑ์บ้าง</p>
<p>ในประเทศไทยเราก็มีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องของขายตรงอยู่นะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน <span style="color: #ff6600;"><strong>สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค </strong></span>หรือ <span style="color: #ff6600;"><strong>สคบ.</strong></span> นั้นเองครับ</p>
<p>วิธีตรวจสอบก็ง่ายๆ ครับ เข้าไปตาม link นี้ <a href="http://www.ocpb.go.th/list_CLine.asp">http://www.ocpb.go.th/list_CLine.asp</a></p>
<p>จากนั้นก็ใส่ชื่อบริษัทฯ ที่เพื่อนๆ ต้องการค้นหาลงไป มันก็จะโชว์มาเลย ว่าบริษัทที่ เพื่อนๆ จะร่วมงานด้วย ผ่านการพิจารณาจาก สคบ. หรือยัง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/check-mlm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจลูกโซ่ เป็นแบบไหน ?</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/chain-business/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/chain-business/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Sep 2009 02:28:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=58</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากเรื่องที่ผ่านมา ผมก็ไปค้นคว้าหาข้อมูลตามเวปต่างๆ จนสามารถพอจะสรุป ลักษณธของธุรกิจลูกโซ่ให้เพื่อนๆ ลองพิจาณาดูได้ดังนี้ครับ ธุรกิจลูกโซ่   ธุรกิจลูกโซ่นั้น เป้าหมายหลักๆ ในการทำธุรกิจไม่ได้มุ่งเน้นขายสินค้าครับ แต่จริงๆ คือการะดมทุนครับ โดยมีผลตอบแทนที่มากกว่ามูลค่าที่ลงทุนไปอย่างมาก โดยส่วนใหญ่บริษัทลักษณะนี้จะแจ้งให้ผู้สมัครว่า บริษัทจะนำเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ต่อไปเพื่อปันผลให้กับสมาชิก ถ้าเพื่อนๆ พอจะจำได้ที่เกิดขึ้นดังๆ เมื่อปีที่ผ่านมา ก็ก๊วยเตี๋ยวเรือบางกอกไงครับ ที่บอกว่าจะนำเงินไปทำรถขายก๊วยเตี๋ยวให้คนเช่าขาย โดยเราจะลงทุนในส่วนของตัวรถเข็น สุดท้ายก็เหมือนๆ ลูกโซ่ทั่วไป เจ้าของหนีแซ่บ บริษัทพวกนี้มักจะปิดตัวหนีไปเมื่อได้เงินทุนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว หรือไม่ก็ไม่สามารถจ่ายเงินให้กับสมาชิกได้อีกแล้วครับ ลักษณะการหาสมาชิกของธุรกิจลูกโซ่   โดยทั่วไปเริ่มต้นจากคนใกล้ชิดครับ การหาสมาชิกก็ส่วนใหญ่สร้างภาพเกือบหมด หว่านล้อมต่างๆ ว่าดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ เนื่องจากสมาชิกแรกๆ เป็นคนใกล้ชิดเลยสามาถสร้างภาพให้คนทั่วไปเห็นว่ามันดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ได้ไม่ยาก ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะเป็นคนที่เข้ามาในตอนหลังครับ เพราะเวลาธุรกิจปิดตัวลงพวกระดับสูงๆ เก่งมากครับ หายแว๊บตามตัวไม่เจอ  = = สุดยอดเลย จะมาตามตัวจากระดับบผู้นำก็ยาก เพราะพวกนี้จะบ่ายเบี่ยงว่าไม่ได้ทำ เพราะหลักฐานการทำส่วนใหญ่ถูกทำลายไปแล้ว ประเภทของแชร์ลูกโซ่   ระบบปิรามิด (Piramid System) : ระบบนี้เน้นการหาสมาชิกเข้าสู่ธุรกิจ โดยรายได้ของคนก่อนจะเกิดจากการหาสมาชิกของคนใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-89" title="news_img_24904_1" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/09/news_img_24904_1.jpg" alt="news_img_24904_1" width="195" height="153" />หลังจากเรื่องที่ผ่านมา ผมก็ไปค้นคว้าหาข้อมูลตามเวปต่างๆ จนสามารถพอจะสรุป ลักษณธของธุรกิจลูกโซ่ให้เพื่อนๆ ลองพิจาณาดูได้ดังนี้ครับ</p>
<h3><span style="color: #0000ff;">ธุรกิจลูกโซ่</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"> </span></h3>
<p><span style="color: #000000;">ธุรกิจลูกโซ่นั้น เป้าหมายหลักๆ ในการทำธุรกิจไม่ได้มุ่งเน้นขายสินค้าครับ แต่จริงๆ คือ<span style="color: #ff0000;"><strong>การะดมทุน</strong></span>ครับ โดยมีผลตอบแทนที่มากกว่ามูลค่าที่ลงทุนไปอย่างมาก โดยส่วนใหญ่บริษัทลักษณะนี้จะแจ้งให้ผู้สมัครว่า บริษัทจะนำเงินไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ต่อไปเพื่อปันผลให้กับสมาชิก ถ้าเพื่อนๆ พอจะจำได้ที่เกิดขึ้นดังๆ เมื่อปีที่ผ่านมา ก็ก๊วยเตี๋ยวเรือบางกอกไงครับ ที่บอกว่าจะนำเงินไปทำรถขายก๊วยเตี๋ยวให้คนเช่าขาย โดยเราจะลงทุนในส่วนของตัวรถเข็น สุดท้ายก็เหมือนๆ ลูกโซ่ทั่วไป เจ้าของหนีแซ่บ บริษัทพวกนี้มักจะปิดตัวหนีไปเมื่อได้เงินทุนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว หรือไม่ก็ไม่สามารถจ่ายเงินให้กับสมาชิกได้อีกแล้วครับ</span></p>
<h3><span style="color: #0000ff;">ลักษณะการหาสมาชิกของธุรกิจลูกโซ่</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"> </span></h3>
<ul>
<li><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;">โดยทั่วไปเริ่มต้นจากคนใกล้ชิดครับ </span>การหาสมาชิกก็ส่วนใหญ่สร้างภาพเกือบหมด หว่านล้อมต่างๆ ว่าดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ เนื่องจากสมาชิกแรกๆ เป็นคนใกล้ชิดเลยสามาถสร้างภาพให้คนทั่วไปเห็นว่ามันดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ได้ไม่ยาก </span></li>
<li><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;">ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะเป็นคนที่เข้ามาในตอนหลังครับ</span> เพราะเวลาธุรกิจปิดตัวลงพวกระดับสูงๆ เก่งมากครับ หายแว๊บตามตัวไม่เจอ  = = สุดยอดเลย จะมาตามตัวจากระดับบผู้นำก็ยาก เพราะพวกนี้จะบ่ายเบี่ยงว่าไม่ได้ทำ เพราะหลักฐานการทำส่วนใหญ่ถูกทำลายไปแล้ว </span></li>
</ul>
<p><span id="more-58"></span></p>
<h3><span style="color: #0000ff;">ประเภทของแชร์ลูกโซ่</span></h3>
<h3><span style="color: #0000ff;"> </span></h3>
<ul>
<li><span style="color: #ff6600;"><strong>ระบบปิรามิด (Piramid System)</strong> <span style="color: #000000;">: ระบบนี้เน้นการหาสมาชิกเข้าสู่ธุรกิจ โดยรายได้ของคนก่อนจะเกิดจากการหาสมาชิกของคนใหม่ คือต้องเน้นหาสมาชิกเข้าสู่ระบบอย่างเดียว แล้วต่างจาก ธุรกิจเครือข่ายยังไง ง่ายๆ ครับ ธุรกิจเครือข่ายถึงแม้ไม่มีใครเข้ามาใหม่ก็ยังสามารถสร้างรายได้เกิดขึ้น เพราะเน้นขายสินค้าหรือใช้สินค้าเองมากกว่าเน้นจำนวนคนที่สมัคร ถึงแม้เดือนนั้นๆ คนที่ทำธุรกิจเครือข่ายจะไม่สามารถหาคนเข้าร่วมได้ ก็ยังสามารถมีรายได้ตามปกติ</span></span></li>
<li><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><strong>ระบบลูกโซ่แบบรู้จบ (Enless Chain System)</strong></span> : ระบบนี้เป็นระบบแชร์ลูกโซ่ดี ๆ แต่มีการจบของระบบ คือ <span style="color: #3366ff;">การที่สมาชิกเข้ามาก่อนสามารถรับผลประโยชน์จากสมาชิกที่เข้ามาใหม่ แต่จำกัดลำดับขั้น ถ้าสิ้นสุดขั้นที่กำหนดก็ไม่มีสิทธิ์รับผลประโยชน์อีก </span>สมาชิกในระดับถัดลงไปก็ขึ้นมารับผลประโยชน์ต่อเป็นรายต่อไป รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากสมาชิกที่เข้ามาใหม่ แต่กำหนดลำดับอย่างชัดเจน คือ เมื่อเข้ามาครั้งแรกต้องจ่ายให้กับลำดับที่เพิ่งจะมีรายได้ จนกว่าลำดับตัวเองจะถูกดันขึ้นไปรับผลประโยชน์ ข้อสังเกตก็คือระบบนี้ สมาชิกที่มาภายหลังจะเริ่มไต่อันดับขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะฐานคนจะเริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ การหาสมาชิกจะไม่ทันท่วงทีของการที่จะรับรายได้</span></span></li>
<li><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><strong>ระบบลูกบอลหิมะ (Snow Ball System)</strong></span> : ระบบนี้ฟังแล้วน่ารักมาก 55 นึกว่าไปเล่นสกี ระบบนี้คล้ายกับการ Trading ระบบเงิน คือ การลงหุ้นในด้านการเงินแล้วแต่สัดส่วนที่จะ<span style="color: #3366ff;">ลงทุน ลงน้อยได้ผลตอบแทนน้อย ลงทุนมากได้ผลตอบแทนมากตามสัดส่วน </span>การจ่ายผลประโยชน์มีเป็นงวด ๆ ดังนั้น จะใช้เงินของนักลงทุน มาจ่ายให้กับคนที่ลงทุนก่อน หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ จนกว่ารอบที่สัญญาจะหมดไปคล้าย ๆ กับลูกหิมะที่ตกจากภูเขาสูงจะหมุนตัวจากลูกเล็ก ๆ จนเป็นก้อนหิมะยักษ์ที่ถล่มหมู่บ้านให้พังพินาศได้เป็นแถบ ๆ</span></span></li>
<li><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"> <span style="color: #ff6600;"><strong>ระบบเกมการเงิน (Money Game System)</strong></span> : ระบบเกมการเงิน คือ การใช้เงินต่อเงิน แต่มีเงื่อนไขในการแลกเปลี่ยน เช่น <span style="color: #3366ff;">การสมัครเข้ามาต้องจ่ายเงินให้ผู้แนะนำและหาสมาชิกให้ได้เท่าไหร่จึงจะมีค่าตอบแทน</span> และการแตกตัวของสมาชิกในเครือข่ายก็จะส่งผลประโยชน์ให้กับสมาชิกระดับสูงตลอดไป ซึ่งระบบนี้จะมีลักษณะแผนและการตอบแทนใกล้เคียงกับระบบ MLM มาก แต่ไม่มีสินค้าเท่านั้นเอง ใช้เงินต่อเงินเลย หรือบางครั้งอาจใช้สินค้าชิ้นเล็ก ๆ บังหน้า หรืออาจเป็นบัตรส่วนลด บัตรอภิสิทธิ์ต่าง ๆ เช่น ระบบ Pentagono ที่มีคนนำมาเผยแพร่ในเมืองไทยเมื่อปลายปี 41 จากประเทศอิตาลี เป็นต้น</span></span></li>
<li><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"><strong><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #ff6600;">ระบบแชร์ลูกโซ่แบบไบนารี่</span> </span>: </strong>กลายพันธุ์ จริง ๆ แล้ว<span style="color: #3366ff;">ระบบไบนารี่ เป็นระบบการตลาดใน MLM </span>ระบบหนึ่ง แต่การนำเอาระบบไบนารี่ไปปรับปรุงเป็นแชร์ลูกโซ่นั้นทำได้ง่ายมากกว่าระบบอื่น เนื่องจากระบบไบนารี่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจ คือ หาสมาชิกแล้วแบ่งซ้าย ขวา เพื่อให้เท่า ๆ กัน <span style="color: #3366ff;">ซึ่งเมื่อแปลงระบบการจ่ายเงินโดยมีสินค้าบังหน้าเล็กน้อย</span>ก็สามารถใช้เป็นระบบแชร์ลูกโซ่ได้อย่างแนบเนียนทีเดียว </span></span></li>
</ul>
<p><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">หลายคนคิดว่าเอ ถ้ามันง่ายขนาดนี้ ทำไมหลายคนถึงดูไม่ออกว่า ธุรกิจที่จะไปร่วมเป็นลูกโซ่หรือธุรกิจเครือข่ายจริงๆ = = แต่มันมะง่ายขนาดนั้นครับ ถ้ามันมาแบบตรงดังที่กล่าวมาคงง่ายที่จะดู แต่หลังๆ ธุรกิจลูกโซ่แผงตัวมากับธุรกิจเครือข่ายอย่างแยบยลครับ ด้วยการทำทีท่าว่าเป็น MLM แต่สร้างเงื่อนไขเอารัดเอาเปรียบด้วยการดึงเงินจากกระบวนการสมาชิกโดยการขายสินค้าแบบไม่เป็นธรรม ลักษณะกว้างๆ ของธุรกิจที่แอบแฝงมากับ MLM เป็นอย่างไร </span></span></p>
<ul>
<li> เริ่มที่ค่าสมัครที่ค่อนข้างสูง หมายถึงการจะเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัท ผู้สมัครต้องจ่ายเงินที่ค่อนข้างสูงและ<span style="color: #3366ff;"><span style="text-decoration: underline;">ถูกบังคับให้ซื้อสินค้าพร้อมกับการสมัคร</span> </span>บางแห่งอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท ขณะที่บางแห่งสูงกว่า 10,000 บาท ในขณะที่ระบบ <span style="color: #ff0000;">MLM ที่แท้จริงไม่มีการบังคับซื้อ</span></li>
<li><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;">ไม่ได้สนใจขายสินค้า </span><span style="color: #ff6600;"><span style="text-decoration: underline;">แต่การแนะนำเข้าร่วมธุรกิจจะบอกหรือเน้นอยู่ที่การหาคนเข้ามาสมัคร </span></span>จะมีส่วนแบ่งรายได้ว่าหามากี่คน จะได้ไปกี่พัน กี่หมื่น หรือกี่แสนบาท <span style="color: #ff0000;">ขณะที่ MLM เป็นการสร้างธุรกิจเพื่อขายสินค้า และสร้างองค์กรเพื่อให้เกิดการขายอย่างกว้างขวางขึ้น <span style="color: #000000;">เพราะต่อให้ในธุรกิจเครือข่ายลูกทีมของคุณมีเป็น 1,000 คนแต่ไม่ม่การสร้างการขายหรือการใช้สินค้า เครือข่ายของคุณก็จะไม่เติบโตอย่างแน่นอน</span></span></span></li>
<li><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">การ<span style="color: #3366ff;">จ่ายผลประโยชน์หรือคอมมิสชั่น มาจากส่วนแบ่งการล่าคนเข้ามาในระบบที่วางกฎบังคับซื้อสินค้า <span style="color: #000000;">ซึ่ง</span></span>ดูเหมือนว่าเป็นการบริโภค แต่แท้ที่จริงแล้วสินค้าเป็นแค่ฉากบังหน้า และเป็นเครื่องมือดึงเงินเข้าระบบ <span style="color: #3366ff;">เพราะหากไม่มีการบังคับซื้อก็ไม่สามารถจ่ายค่าหัวคิวเป็นทอด ๆ</span> ได้ ทำให้ระบบเดินต่อไปไม่ได้และล้มไปในที่สุด ขณะที่ MLM มีรายได้จากการขายสินค้าหรือยอดขายสินค้าที่เกิดขึ้นในองค์กร ทั้งหมดนี้เป็นหลักใหญ่ในการพิจารณาดูว่าบริษัทไหนเข้าข่ายเป็นระบบพีระมิดหรือแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจไม่ใช่สาระสำคัญมากนักในการพิจารณา<br />
</span></span></span></li>
</ul>
<h3 style="text-align: center;"> <span style="color: #ff6600;">ที่มา</span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;">การกู้ยืมเงินและการกู้ยืมอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน</span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;">รวบรวมโดย</span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;">พ.ต.ท. สมศักดิ์ ณ โมรา รอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.สงขลา</span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;"> </span></h3>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">คราวนี้เราลองมาเปรียบเทียบธุรกิจเครือข่ายกับธุรกิจลูกโซ่ ซัก 1 แบบ เอาแบบพิระมิดแล้วกันนะครับ ว่ามันจะแตกต่างกันยังไง </span></p>
<table border="1" cellspacing="1" cellpadding="0" width="98%">
<tbody>
<tr>
<td width="50%">
<p align="center"><strong><span style="color: #0000ff;">การตลาดแบบเครือข่าย</span></strong></p>
</td>
<td>
<p align="center"><strong><span style="color: #0000ff;">ระบบปีรามิด แชร์ลูกโซ่</span></strong></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">1.<span style="color: #ff0000;"> ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นทำธุรกิจ จะใช้เงินทุนต่ำ</span> โดยเป็นค่าสมาชิกและชุดคู่มือทำธุรกิจเท่านั้น</p>
</td>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">1.<span style="color: #ff0000;"> ค่าธรรมเนียมในการสมัครสมาชิกใช้เงินทุนสูง ผู้สมัครถูกหลอกให้จ่ายค่าฝึกอบรม</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">2. <span style="color: #ff6600;">มี</span><span style="color: #ff6600;">สินค้า หลากหลายชนิด และมีคุณภาพสูง </span>บริษัทฯใช้งบประมาณการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สูง</p>
</td>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">2. <span style="color: #ff6600;">สินค้าที่มีคุณภาพ มีคุณภาพต่ำ สินค้ามีเพื่อบังหน้าในการระดมทุนเท่านั้น</span></p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">3. บริษัท มีการรับประกันคุณภาพและความพึงพอใจ</p>
</td>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">3. ไม่มีนโยบายรับคืนสินค้า เพราะอาจทำให้ระบบปีรามิดล่มสลายได้</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">4. <span style="color: #008000;">ตระหนักถึงการ ดำเนินธุรกิจระยะยาว มักมีหลายสาขา</span></p>
</td>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">4. <span style="color: #008000;">มักไม่มีสาขา</span> เริ่มต้นทำธุรกิจเพียงคนไม่มีคนที่อยู่บนยอดปีรามิด</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">5.<span style="color: #800080;"> มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการดำเนินธุรกิจ มีข้อบังคับข้อห้ามในการกักตุนสินค้า</span></p>
</td>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">5. ไม่มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด ไม่มีข้อห้ามในการกักตุนสินค้ายิ่งซื้อมากยิ่งมีกำไรมาก</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">6. เป็นธุรกิจที่ ถูกต้องตามกฎหมาย <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #800000;"><strong>ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค</strong></span></span></p>
</td>
<td valign="top">
<p style="text-align: left;">6. เป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมายไม่สามารถจดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #ff6600;"> </span></span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #ff6600;"> ที่มา สมาคมการขายตรงไทย</span></span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/chain-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เลือกธุรกิจเครือข่ายอันไหน ที่คิดว่าดี</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/how-to-choose-mlm/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/how-to-choose-mlm/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2009 06:58:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครือข่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกขายตรง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=41</guid>
		<description><![CDATA[ผมคิดว่าเพื่อนๆ หลายท่าน คงมีข้อสงสัยว่าเลือกธุรกิจเครือข่ายอันไหนดี ที่ทำแล้ว ไม่เสียแรงเปล่า ทำแล้วมีโอกาสประสบความสำเร็จ แน่นอนเลยครับ การจะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องเพราะหลายๆ ท่าน ก็คงจะสังเกตุมีหลายคนทำขายตรง แต่เท่าที่เพื่อนๆ จำได้ มีไม่ถึง 50% ที่ได้รายได้ตามที่เพื่อนๆ เคยได้ยินมา ปัจจัยมีหลายอย่างที่จะประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อยๆ ปัจจัยหลักๆ ที่เพื่อนๆ เองสามารถกำหนดได้ เช่น การเลือกบริษัท แนวโน้มของบริษัท เป็นองค์ประกอบง่ายๆ ที่สามารถทำให้เพื่อนๆ แน่ใจในระดับนึงได้ว่าที่เลือกมาจะทำให้เกิดความสำเร็จในอนาคตได้ หลังจากไปค้นคว้ามา ผมพอสรุปรวมๆ ได้ครับ ว่าการเลือกธุรกิจเครือข่ายหรือขายตรง จะต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมดังนี้   บริษัทต้องมีความมั่นคง มีความแข็งแกร่งในฐานะการเงิน : แน่นอนเลยครับ &#8211; - หากไม่มีคุณสมบัติข้อนี้ ผมคิดว่าเสียแรงป่าวเลยที่จะทำ พอไปได้ถึงจุดนึง บริษัท ล้ม มันจะเหมือนที่เพื่อนๆ สร้างมานี่พังทลายไปได้ในวันเดียว ฉะนั้น ตรวจสอบ Profile ของบริษัท เป็นอะไรที่ง่ายมากๆ ตรวจสอบได้ไง เดี๋ยวผมมาบอกต่อครับ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #0000ff;"><img class="alignleft size-full wp-image-56" title="1204597885" src="http://www.kaito-diary.com/wp-content/uploads/2009/09/1204597885.jpg" alt="1204597885" width="210" height="178" />ผมคิดว่าเพื่อนๆ หลายท่าน คงมีข้อสงสัยว่าเลือกธุรกิจเครือข่ายอันไหนดี ที่ทำแล้ว ไม่เสียแรงเปล่า ทำแล้วมีโอกาสประสบความสำเร็จ</span></p>
<p>แน่นอนเลยครับ การจะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องเพราะหลายๆ ท่าน ก็คงจะสังเกตุมีหลายคนทำขายตรง แต่เท่าที่เพื่อนๆ จำได้ มีไม่ถึง 50% ที่ได้รายได้ตามที่เพื่อนๆ เคยได้ยินมา ปัจจัยมีหลายอย่างที่จะประสบความสำเร็จ แต่อย่างน้อยๆ ปัจจัยหลักๆ ที่เพื่อนๆ เองสามารถกำหนดได้ เช่น การเลือกบริษัท แนวโน้มของบริษัท เป็นองค์ประกอบง่ายๆ ที่สามารถทำให้เพื่อนๆ แน่ใจในระดับนึงได้ว่าที่เลือกมาจะทำให้เกิดความสำเร็จในอนาคตได้</p>
<p>หลังจากไปค้นคว้ามา ผมพอสรุปรวมๆ ได้ครับ ว่าการเลือกธุรกิจเครือข่ายหรือขายตรง จะต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมดังนี้</p>
<p><span id="more-41"></span> </p>
<ol>
<li><span style="color: #ff6600;"><strong>บริษัทต้องมีความมั่นคง มีความแข็งแกร่งในฐานะการเงิน</strong></span> : แน่นอนเลยครับ &#8211; - หากไม่มีคุณสมบัติข้อนี้ ผมคิดว่าเสียแรงป่าวเลยที่จะทำ พอไปได้ถึงจุดนึง บริษัท <span style="color: #ff0000;"><strong>ล้ม</strong> <span style="color: #000000;">มันจะเหมือนที่เพื่อนๆ สร้างมานี่พังทลายไปได้ในวันเดียว ฉะนั้น ตรวจสอบ Profile ของบริษัท เป็นอะไรที่ง่ายมากๆ ตรวจสอบได้ไง เดี๋ยวผมมาบอกต่อครับ</span></span></li>
<li><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><strong>ผลิตภัณฑ์ของบริษัท</strong> </span>: ตามที่ผมเคยกล่าวไปเกี่ยวกับประวัติธุรกิจเครือข่าย หรือ ขายตรง ชื่อก็บอกว่าขายตรงครับ เป็นการกระจายสินค้าจากบริษัทไปยังผู้ใช้โดยตรงโดยอาศัยทีมงานของเครือข่าย ไม่ผ่านรูปแบบการตลาดอื่นๆ เช่นการเปิดหน้าร้าน การขายส่ง เป็นต้น การจะสามารถกระจ่ายสินค้าไปได้นั้น <span style="color: #ff0000;"><strong>สินค้าต้องดีครับ ต้องดีกว่าหรืออย่างน้อยเทียบเท่ากับของที่มีอยู่ในตลาด  </strong><span style="color: #000000;">หากจะดีบริษัทควรมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายครับ อย่างเช่น อาหารเสริม, ของใช้ภายในบ้าน, Cosmetic, Skin Careซึ่งของใช้ภายในบ้านเป็นหมวดที่ผมชอบมากๆ เพราะซื้อได้บ่อย เกือบทุกโอกาส ไหนจะปีใหม่แจกคนที่ทำงาน เพื่อนขึ้นบ้านใหม่ ^^ <span style="color: #3366ff;"><span style="text-decoration: underline;">ที่สำคัญควรมีรับประกันความพอใจในสินค้าครับ</span></span></span></span></span></span></li>
<li><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff9900;"><strong><span style="color: #ff6600;">จังหวะเวลา </span></strong><span style="color: #000000;">: อันนี้สำคัญครับ ตามสถิติที่เค้าว่ากันมา บริษัทธุรกิจเครือข่ายที่มี % ทำให้คนในองค์กรประสบความสำเร็จสูง ต้องอยู่ใน<span style="color: #ff0000;"><strong>ช่วงเริ่มต้น </strong></span>หรือ<span style="color: #ff0000;"><strong>ขาขึ้น</strong></span>ครับ ทุกคนคงสงสัยว่า ช่วงต้นเป็นไง </span></span></span></span></span><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff9900;"><span style="color: #000000;">ช่วงต้นก็ตามความหายเลยครับ หมายถึง บริษัทพึ่งเปิดตัว โดยองค์ประกอบ 2 อย่างแรกที่ดี ส่วนขาขึ้น นี่หมายถึง เมื่อบริษัทมีองค์ประกอบที่ดี ธุรกิจก็จะเติบโต หมายถึง คนเริ่มสนใจในบริษัท บริษัทเริ่มเติบโตแบบก้าวกระโดด <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #3366ff;">ช่วงนี้เรียกว่ายุคทอง</span></span>เลยครับ แล้วถามว่าจะรู้ได้ไงบริษัทอยู่ในช่วงนี้ <span style="color: #3366ff;">โดยปกติช่วงต้นและช่วงขาขึ้น จะมีระยะเวลาประมาณ 10 ปีครับ หมายถึง ในช่วงตั้งแต่บริษัทเปิดถึงปีที่ 10 แนวโน้มที่ทำแล้วจะสำเร็จมีมากกว่า ช่วงอื่นๆ  <span style="color: #000000;">ในทางกลับกันช่วงไหนหละครับที่ไม่น่าทำแล้ว ก็คือ<span style="color: #ff0000;"><strong>ช่วงเริ่มอิ่ม</strong></span>ตัวหละครับ  เป็นไงครับอิ่มตัว ตรงตัวเลยครับ ช่วงที่คนส่วนใหญ่รู้จักบริษัทนี้อย่างนี้แล้ว <span style="color: #3366ff;">เกือบ 80% เคยผ่านการชักชวนหรือเคยทำธุรกิจนี้มาแล้ว</span> ไม่ใช่ว่าทำช่วงนี้จะไม่สำเร็จนะครับ หมายถึง % มันจะน้อยกว่า 2 ช่วงแรก แต่อย่างที่บอกครับมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย อันนี้เป็นแค่สถิติที่บอกเราให้คอยสังเกตุเฉยๆ ครับ สำเร็จหรือไม่ ต้องพูดยาวครับ </span></span></span></span></span></span></span></li>
<li><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff9900;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><strong>แนวโน้มของตลาด </strong><span style="color: #000000;">: อันนี้หมายถึง ในอนาคตผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เราเลือกนั้น ยังสามารถทำการตลาดอยู่ได้หรือป่าว กล่าวคือ ยังขายได้หรือไม่ในอนาคต = = ถ้าขายไม่ได้ ใช้ไม่ดี อันนี้ต้องน่าคิดหนักครับ แล้วผลิตภัณฑ์ไหนที่จะมาแรงในอนาคต ง่ายๆ เลยครับช่วงนี้คงหนีไม่พ้น <span style="color: #ff0000;"><strong>สินค้าจำพวกสุขภาพ </strong></span>เพราะคนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงข้อนี้ พยายามดูแลตัวเอง มากขึ้นกว่าแต่ก่อน สังเกตุง่ายๆ ครับ ช่วงนี้เราจะเห็นอาหารเสริมโน้นนี่ออกมากันให้ควัก แล้วผมเชื่อว่าในอนาคตก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกัน</span></span></span></span></span></span></span></span></span></li>
<li><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff9900;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><strong>แผนการตลาดครับ</strong></span> : หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า แผนธุรกิจ อ่ะครับ มีหลายแผนหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่ที่เคยพบจะเป็นแบบ <span style="color: #3366ff;">metrix</span> และแบบ<span style="color: #3366ff;"> Binary</span> ซะส่วนใหญ่ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ไว้จะมาเล่าต่อครับ แผนการตลาดนี่ก็เป็นปัจจัยนะครับ ต้องดู (ถึงแม้จะยากหน่อย) ในการที่จะวิเคราะห์ว่าจะคุ้มไม่คุ้ม ไว้ผมจะมีแนวทางมานำเสนอครับ แล้วแบบลูกโซ่มันเป็นไง ง่ายมากครับ แค่หาคนบางที่บอกหามาได้ 5 คนสมัครแล้วจ่ายคือให้ 3000 บาท แล้วเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อันนี้ต้องระวังอีกอย่างครับ วิธีดู ผมจะไปค้นคว้าต่อครับ </span></span></span></span></span></span></span></span></span></li>
<li><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff9900;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><strong>ทีมงาน</strong></span> : หลายคนคิดว่าไม่มีส่วน แต่ทีมงานนี่แล่ะครับเรียกว่าสำคัญ มากๆ อาจจะสำคัญกว่าไรทั้งหมดที่ว่ามา เพราะ เพื่อนๆ จะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ชื่อก่อบอกแล้วครับธุรกิจเครือข่าย มันทำคนเดียวไม่ได้ มันต้องอาศัยคนจำนวนมาก แล้วการดูแลหรือฝึกคนจำนวนมากๆ เนี่ยถ้าไม่มีทีมงานที่ดี เพื่อนๆ คิดว่าไงครับ &#8211; - เล่ะ ครับ ปัญหาของ MLM หลายท่านอาจจะคิดว่า ปัญหาการหาคนมาสมัครแต่ป่าวเลยครับ <span style="color: #3366ff;">ปัญหาหลักจริงๆ คือ การทำให้คนที่สมัครอยู่กับทีมเราไปนานๆ ครับ</span> ทำไงครับให้เค้าอยู่กับเราไปนานๆ อย่างแรกเค้าต้องรู้สึกก้าวหน้าครับ อันนี้ไว้จะเล่าในโอกาสต่อไปว่าทำอย่างไร โชคดีครับผมได้อยู่ในทีมงานดี เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยมีปัญหาในส่วนนี้ แถมทีมงานเอง บ้านอยู่ใกล้ๆ กันครับ นัดไรกันง่าย </span></span></span></span></span></span></span></span></span></li>
<li><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff9900;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff9900;"><strong><span style="color: #ff6600;">ผู้บริหาร</span></strong></span> : หากบริษัทที่เพื่อนๆ ทำมีผู้บริหารที่ไม่ดี ไม่มีวิสัยทัศน์จะเกิดไรขึ้นครับ ยกตัวอย่าง ง่ายๆ ได้รายได้เข้าบริษัทมาไม่เคยพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทเลย หรือไม่ก็ไม่เคยคิดค้นสินค้าใหม่ๆ ที่เหมาะกับตลาดออกมา นึกภาพดิครับทำมา 10 ปี สินค้ามีเท่าไหร่ก็มีเท่านั้นไม่เคยเพิ่มขึ้น แถมคุณภาพทำไปทำมา ดันแย่ลง &#8211; - จบข่าวครับ </span></span></span></span></span></span></span></span></span></li>
</ol>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #ff9900;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #3366ff;"><span style="color: #000000;"><span style="color: #ff6600;"><span style="color: #000000;">นี่เป็นตัวอย่าง คร่าวๆ ครับ ที่พอจะเป็นหลักเกณฑ์เบิ้องต้นในการเลือก บริษัท ที่เพื่อนๆ จะไปร่วมธุรกิจเครือข่ายกับเค้าครับ ^^</span></span></span></span></span></span></span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/how-to-choose-mlm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติของ MLM</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/mlm-history/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/mlm-history/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 13:58:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนสงสัย MLM เนี่ยเริ่มแรกเดิมทีมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ผมเองได้ไปค้นคว้ามาจนเจอผู้เชี่ยวชาญอย่าง www.alisio.com ว่า ธุรกิจเครือข่ายเนียเริ่มแรกเดิมทีเกิดขึ้นพอๆ กับที่พวกเราเกิดมาบนโลกใบนี้แล่ะครับ -.- เพราะแต่ก่อนคนเราเองยังไม่ได้ใช้เงินก็ใช้วิธีเอาของไปแลกระหว่างกันโดยตรง แต่ที่พอจะเป็นแบบแผนสำหรับธุรกิจเครือข่ายในปัจจุบันเนี่ย เกิดเมื่อประมาณ ปี ค.ศ. 1740 ครับ โดยสองพี่น้อง Edward และ William Pattison ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้จากตะกั่ว ได้ทำการเร่ขายสินค้าไปตามบ้าน (ในลักษณะการขายตรง) โดยจะเดินทางในรถลากเล็กๆบรรทุกสินค้าไปขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเรียกว่า Yankee Peddler ปี ค.ศ. 1868 เกิดบริษัทขายตรงที่ขายสินค้าเครื่องเทศตามบ้านและสินค้าอาหาร ชื่อ Watkins Company ระบบขายตรงเริมเป็นรูปร่างจริงๆ เนี่ยประมาณ ปี ค.ศ. 1906 โดย Alfred Fuller ซึ่งอยู่ที่เมือง New Britain ในมลรัฐ Colorado ได้ก่อตั้งบริษัท Fuller Brush Company ซึ่งเริ่มทำการขายตรงแบบ Door-to-door ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มรูปแบบการขายตรงสมัยใหม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนสงสัย MLM เนี่ยเริ่มแรกเดิมทีมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ผมเองได้ไปค้นคว้ามาจนเจอผู้เชี่ยวชาญอย่าง <a href="http://www.alisio.com">www.alisio.com</a> ว่า ธุรกิจเครือข่ายเนียเริ่มแรกเดิมทีเกิดขึ้นพอๆ กับที่พวกเราเกิดมาบนโลกใบนี้แล่ะครับ -.- เพราะแต่ก่อนคนเราเองยังไม่ได้ใช้เงินก็ใช้วิธีเอาของไปแลกระหว่างกันโดยตรง</p>
<p>แต่ที่พอจะเป็นแบบแผนสำหรับธุรกิจเครือข่ายในปัจจุบันเนี่ย เกิดเมื่อประมาณ</p>
<ul>
<li>ปี<span style="color: #ff0000;"> ค.ศ. 1740</span> ครับ โดยสองพี่น้อง Edward และ William Pattison ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้จากตะกั่ว ได้ทำการเร่ขายสินค้าไปตามบ้าน (ในลักษณะการขายตรง) โดยจะเดินทางในรถลากเล็กๆบรรทุกสินค้าไปขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเรียกว่า Yankee Peddler</li>
<li>ปี <span style="color: #ff0000;">ค.ศ. 1868</span> เกิดบริษัทขายตรงที่ขายสินค้าเครื่องเทศตามบ้านและสินค้าอาหาร ชื่อ Watkins Company</li>
<li>ระบบขายตรงเริมเป็นรูปร่างจริงๆ เนี่ยประมาณ ปี <span style="color: #ff0000;">ค.ศ. 1906</span> โดย Alfred Fuller ซึ่งอยู่ที่เมือง New Britain ในมลรัฐ Colorado ได้ก่อตั้งบริษัท Fuller Brush Company ซึ่งเริ่มทำการขายตรงแบบ <span style="color: #ff0000;">Door-to-door</span> ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มรูปแบบการขายตรงสมัยใหม่</li>
<li>อย่างไรก็ดีก่อน <span style="color: #ff0000;">ปี 1950</span> การขายตรงส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ <span style="color: #ff0000;">Party Plan</span> คือการตลาดผลิตภัณฑ์โดยการจัดแสดงและเป็นเจ้าภาพในงานปาร์ตี้หรืองานทางสังคมต่างๆ โดยใช้งานสังคมต่างๆนั้นเป็นจุดแสดงและสาธิตสินค้า โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้เห็นการสาธิตสินค้าและการทดลองสินค้าจริง แล้วก็รับรายการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าโดยตรง เพื่อจัดส่งสินค้าให้ต่อไป</li>
<p><span id="more-25"></span></ul>
<p>แต่ทั้งนี้ครับ <span style="color: #ff0000;">ในปี 1950 </span>เป็นยุคที่การตลาดแบบขายตรงหลายชั้นหรือการตลาดแบบเครือข่ายถือกำเนิดอย่างแท้จริง เป็นยุคที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการ MLM มากมายได้ถือกำเนิดขึ้น บริษัทเหล่านี้คือ Tupperware, Shaklee, <span style="color: #ff0000;"><strong>Amway </strong></span>และ Mary Kay คงไม่มีใครสงสัยว่า เอ แล้ว Amway เนี่ย ก่อตั้งบริษัท MLM เมื่อไหร่</p>
<ul>
<li>ปี <span style="color: #ff0000;">ค.ศ. 1959</span> Rich Devos และ Jay Van Andel ได้ก่อตั้งบริษัทจัดจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายโดยใช้รูปแบบ MLM หรือการตลาดขายตรงหลายชั้น ซึ่งต่อมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน MLM ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมาก มียอดขายทั่วโลกกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีตัวแทนจำหน่ายอิสระเป็นล้านคนทั่วโลก <span style="color: #ff0000;"><strong>ปัจจุบัน Amway ถือเป็นบริษัท MLM ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในโลก</strong></span></li>
</ul>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">ปัจจุบันเป็นยุคที่ MLM ได้รับการยอมรับมากขึ้นมีบริษัทจำนวนมากหันมาใช้การตลาดแบบ MLM ซึ่งเป็นช่องทางการจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพมากสามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีรายได้ค่อนข้างสูง </span></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">ปัจจุบันก็มีบริษัทที่นำวิธีการทางการตลาดแบบ MLM ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ได้มีการแพร่ระบาดของระบบที่เรียกว่า <span style="color: #ff0000;">Pyramids หรือปิระมิด หรือการตลาดลักษณะที่เป็นแบบลูกโซ่</span> มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะที่หลอกลวงผู้บริโภคโดยการรับสมัครคนเข้ามาสู่ระบบ และเสียเงินเพื่อการสมัคร มากกว่าการขายสินค้า ซึ่งในบางครั้งจะทำให้เป็นระบบที่เรียกว่า การเล่นเงิน Money game ซึ่งเป็นระบบที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค</span></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;"> </span><strong><span style="color: #000000;">ที่มาของบทความ จากเว็บไซต์</span> <a href="http://www.kaito-diary.com//" target="_blank">www.alisio.com</a></strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong><span style="color: #000000;"> </span></strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong> </strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/mlm-history/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>MLM คือไรเอ่ย</title>
		<link>http://www.kaito-diary.com/what-is-mlm/</link>
		<comments>http://www.kaito-diary.com/what-is-mlm/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 13:49:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อมูลธุรกิจเครือข่าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kaito-diary.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนสงสัยเกี่ยวกับคำว่า MLM หรือที่หลายๆ คนรู้จักในภาษาไทยว่า ธุรกิจเครือข่าย ครับ  MLM ครับเป็นคำย่อมาจากคำว่า Multi Level Marketing หรือถ้าเรียกกันง่ายๆ ก็คือ Network Marketing เป็นหลักทางการตลาดอย่างนึงครับ ที่ใช้คนส่วนมากในการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคโดยตรง  โดยผู้ที่เข้าร่วมครับจะได้ผลตอบแทนครับ อาทิ การแนะนำสินค้า การให้ผู้บริโภคอื่นๆ มาเป็นผู้ร่วมจำหน่ายสินค้า โดยแบ่งผลตอบแทนเป็นขั้นๆ ลงไปครับตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดขึ้น ดังนั้นหน้าที่หลักในกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคตั้งแต่ การโฆษณาสินค้า หาตัวแทนจำหน่าย จัดจำหน่าย การขาย ขนส่งไปจนถึงผู้บริโภค จะมีผู้ร่วมธุรกิจเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นจำนวนมาก โดยทำหน้าที่ต่างๆกันไป ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางการตลาดที่มีศักยภาพสูงมากและมีความรวดเร็วในการกระจายสินค้าสูง และเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนในการเริ่มต้นที่ต่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน ที่มาของบทความ จากเว็บไซต์ www.alisio.com&#8220;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนสงสัยเกี่ยวกับคำว่า <span style="color: #ff0000;">MLM</span> หรือที่หลายๆ คนรู้จักในภาษาไทยว่า ธุรกิจเครือข่าย ครับ  MLM ครับเป็นคำย่อมาจากคำว่า <span style="color: #ff0000;">Multi Level Marketing</span> หรือถ้าเรียกกันง่ายๆ ก็คือ <span style="color: #ff0000;">Network Marketing</span> เป็นหลักทางการตลาดอย่างนึงครับ <span style="color: #ff0000;">ที่ใช้คนส่วนมากในการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคโดยตรง</span>  โดยผู้ที่เข้าร่วมครับจะได้ผลตอบแทนครับ อาทิ การแนะนำสินค้า การให้ผู้บริโภคอื่นๆ มาเป็นผู้ร่วมจำหน่ายสินค้า โดยแบ่งผลตอบแทนเป็นขั้นๆ ลงไปครับตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดขึ้น</p>
<p>ดังนั้นหน้าที่หลักในกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคตั้งแต่ การโฆษณาสินค้า หาตัวแทนจำหน่าย จัดจำหน่าย การขาย ขนส่งไปจนถึงผู้บริโภค จะมีผู้ร่วมธุรกิจเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นจำนวนมาก โดยทำหน้าที่ต่างๆกันไป ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางการตลาดที่มีศักยภาพสูงมากและ<span style="color: #ff0000;">มีความรวดเร็วในการกระจายสินค้าสูง และเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนในการเริ่มต้นที่ต่ำอย่างไม่เคยมีมาก่อน</span></p>
<p style="text-align: center;"><strong>ที่มาของบทความ จากเว็บไซต์ <a href="http://www.kaito-diary.com//" target="_blank">www.alisio.com</a>&#8220;</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kaito-diary.com/what-is-mlm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

