เป็นไงบ้างครับเพื่อนๆ งาน the winner ครั้งที่ 43 สุดยอดเลยเนอะ ก่อนจะเริ่มเข้าเนื้อหาที่ผมได้ไปเก็บมาแล้วอยากจะมาแบ่งปันเพื่อนๆ ทุกๆ คน มีใครบางคนมาเม้น blog ผมบอกว่า 300 บาททำไมต้องจ่ายด้วย ผมฟังแล้วตกใจมัน 150 บาทมานานแล้วนะ =..= แต่ก่อน 300 นี่คือจัดเดือนละ 2 ครั้งแถมผมเองเป็นนักธุรกิจผม happy สุดๆ ที่บริษัทจะเป็นคนจัดการด้านสถานที่ ด้าน admin สำหรับงานสัมมนาไม่ว่าจะงานไหน แล้วผมเองดูแลในส่วนของเครือข่ายผู้บริโภคของผม ไม่ต้องไปวุ่นวายหาสถานที่ ไม่ต้องไปวุ่นวายหา staff รองรับคนเป็นหมื่น
ถ้าใครมีโอกาสไปงานครั้งนี้จะรู้ว่าคุณหมอพนินทร์ท่านพูดเรื่องแนวคิดดีมากๆ ผมพยายามนั่งจับประเด็นทุกครั้งที่ท่านเล่าเรื่องว่าตอนนี้ท่านต้องการจะสื่อให้คิดถึงอะไร why i join ของท่าน ท่านพูดประมาณไหน ถึงตอนนี้ท่านคิดไงถึงให้คนนี้ขึ้นมาแชร์
คุณหมอลพาท่านได้มากล่าวเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาฟัง ผมบอกจากใจเลยครับประทับใจมากๆ ฟังท่านกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ จะมีบริษัทไหนครับที่เจ้าของให้ความสำคัญกับงานสัมมนาโดยมาร่วมไม่เคยขาด ผมเคยฟังจากเพื่อนๆ ที่อบรม the winner รุ่นแรกๆ บอกว่าตอนนั้นคนแค่ประมาณ 100 คุณหมอพนินทร์สอนอยู่ข้างหน้า คุณหมอลพาเป็น DJ เปิดเพลงอยู่ข้างหลัง สุดยอดจริงๆ คุณหมอพนินทร์ได้ถามคำถามว่า ถ้าคุณนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกตอนอายุ 90 ปี แล้วย้อมกลับมามองชีวิต คุณจะรู้สึกอย่างไร ช่วงไหนที่ประทับใจที่สุด
ผมลองกลับมานั่งนึกๆ เออ ช่วงที่ผม happy สุดๆ คือช่วงเรียนที่ญี่ปุ่น เพราะไม่ต้องคิดไร มีตังใช้ เรียนอย่างเดียว เสาอาทิตย์อยากไปไหนไปได้ไม่ต้องกังวลโน้นนี่ แต่พอกลับมาไทยทำงานต่อ รู้สึกเบื่อๆ ทำไมไม่เหมือนตอนอยู่คิตะคิวชูเลย คุณหมอได้บอกว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมา สมมุติว่ามัน 90 ปี มันขึ้นอยู๋กับ 3 สิ่งต่อไปนี้
- ความสัมพันธ์ที่คุณได้สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง
- การตัดสินใจในสิ่งที่คุณได้เลือกด้วยตัวเอง
- การปฎิบัติที่คุณได้ลงมือทำด้วยตัวเอง
จนบางทีครับใครหลายๆ คนคิดว่า ถ้าเราได้กลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือแก้ไขอะไรที่ผ่านมาอีกครั้ง ฉันจะทำอะไรบ้าง อาจจะมี 3 แนวทางต่อไปนี้ที่ใครๆ หลายคนอยากกลับไปเริ่มใหม่
- ไตร่ตรองการกระทำให้รอบคอบมากขึ้น จากที่เคยไม่สนใจอะไร ผมว่าถ้าเราเคยผ่านวิกฤตมาเราจะเริ่มรอบคอบมากขึ้น ไม่ทำอะไรในสิ่งที่เราเคยล้มเหลวมาซ้ำๆ
- ไม่ทำในสิ่งที่เสี่ยงต่อชีวิตอีก ยกตัวอย่างง่ายๆ ผมเลยครับ จะเลิกเมาแล้วขับให้ได้ -..- เพราะถ้าเกิดไรขึ้นมันย้อนกลับมาไม่ได้แล้ว
- ทำแต่สิ่งดีๆ เพื่อเหลือไว้หลังจากเราได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว
ลองถามตัวเองชัดๆ ครับ ถ้าต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้งในวันนี้ ในเรื่องนี้ เราจะทำยังไง แต่น่าเสียดายครับ =..= เราย้อนอดีตกลับไปไม่ได้ ลองถามใจเพื่อนๆ ดูเล่นๆ ครับ คิดว่าตอนนี้ตัวเองมีปัญหาหรือไม่ ตัวอย่างนะครับ
- ชีวิตมีแต่ความเครียดกังวล ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมดไปสักที
- รายได้ไม่เคยพอกับรายจ่าย
- เวลาซื้อของต้องคิดว่าปลายเดือนจะมีเงินเหลือหรือป่าว
- พ่อแม่เจ็บป่วยไม่แน่ใจจะมีเงินค่ารักษาทานหรือป่าว
- ค่าเทอมลูกเทอมนี้จะไปหามาจากไหน
คุณหมอท่านได้บอกว่าแต่เชื่อหรือป่าวครับ 80% ของปัญหาที่เกิดขึ้นมันเกิดครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเราไม่เคยแก้ให้มันดีขึ้นเลย แล้วอะไรหละครับคือคำตอบของคนที่ชีวิตมีปัญหา มันขึ้นมาจากว่าเค้าใช้ความสัมพันธ์ที่ผ่านมาแบบไหน ตัดสินใจแบบไหน และปฎิบัติต่อตัวเองมาแบบไหน ถ้าเป็นคำพูดผม ผมมักจะพูดว่า คุณคิดไงคุณทำแบบนั้น คุณทำแบบไหนคุณได้แบบนั้น ทุกสิ่งที่คุณคิดและสิ่งที่คุณทำ ก็รวมเป็นชีวิตคุณในวันนี้
แต่โชคดีมากๆ ครับ หากเรานะครับ หัดเป็นคนที่ยอมรับและเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นๆ เราจะไม่ต้องสูญเสียเวลามากไปในการเลือกทางเดินสักทาง หรือสิ่งสักสิ่งให้กับชีวิตเรา อย่างที่ผู้ประสบคนสำเร็จมักกล่าวครับ คนเก่งมักเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง คนฉลาดมันจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นๆ แต่คนที่ฉลาดที่สุดคือเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนสำเร็จครับ ^_^
แล้วก็โชคดีอีกรอบที่มีคนเก่งๆ มาเล่าประสบการณ์ในการทำ aimstar หลายๆ ท่านไม่ว่าจะเป็นพี่เจี๊ยบสุดยอดแรงบันดาลใจครับ จบป.2 เป็นแม่ค้าขายตั๊กแตนทอด ตอนนี้เป็นรูบี้สตาร์ไปแล้ว – -” มีน้องต้ากลุ่ม clover นี่เองจากเดือนแรกเป็นบอน เดือนที่สองเป็นซิลเวอร์ เดือนที่ 3 เป็นรูบี้สตาร์เลย น้องเค้าเก่งมากๆ ในการโปรโมตคนเข้างาน ^_^ พูดไปพูดมาหลายท่านๆ มาก แต่ละคนได้แชร์มุมมองดีๆ ถ้าใครไม่หลับนะครับ แล้วลองคิดตามผมว่า ได้อะไรใส่ห่อกลับบ้านไปเพียบเลย
ผมชอบคำพูดน้องทอมในตอนเล่านิทานเรื่องที่ ผช น้ำมันหมดในป่า แล้วมี ผญ สวย ใจดีคนนึงเอาน้ำมันแกนลอนมาช่วย ผญ คนนั้น แล้วบอก ผช คนนั้นว่าไม่ต้องขอบคุณ แต่ให้เอาแกนลอนนี้ใส่น้ำมันไว้ เผื่อถ้าเจอใครน้ำมันหมดแบบนี้จะได้ช่วยเหลือเค้าได้ มันก็คล้ายกับชีวิตจริงๆ ของพวกเราหรือป่าวครับ ต้องการโอกาสให้ตัวเองสำเร็จ แต่ในสังคมที่แก่งแย่งที่เป็นอยู่นี้ ถ้าเราไม่หลอกตัวเองถามจริงๆ ครับเคยมีใครหยิบยื่นโอกาสนั้นให้เราหรือป่าว แต่แปลกนะครับพอมีเพื่อนคนนึง มาหยิบยื่นโอกาสที่ชื่อว่า aimstar ให้ หลายคนกลับไม่ได้รับไว้ เหมือนกันครับตอนเราสำเร็จในธุรกิจนี้ ปกติเราก็ขอบคุณผู้เปิดโอกาสใช่ป่าวครับ ผมว่าคนที่เค้าเปิดโอกาสให้เรา เค้าคงไม่ได้อยากได้รับขอบคุณอะไรจากเรามากหรอกครับ แต่เค้าคงอยากจะบอกให้เอาโอกาสที่ได้ไปเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ ต่อ ผมว่าแนวคิดนี้มันสุดยอดมากๆ เลย
จบด้วยพลังของน้องหลิน ที่เรียกว่าพูดที่ไหน พูดเมื่อไหร่ ก็สามารถสะกดคนดูได้ทั้งฮอล ^_^ จบแล้วครับ the winner 43 สุดยอดมากๆ เลย ผมว่ามาทุกครั้งได้อะไรดีๆ กลับไปทุกครั้งได้แนวคิดดีๆ ได้ฟังประสบการณ์ดีๆ มูลค่าที่ได้เกินค่าบัตรที่ผมจ่ายไปเป็น 100 เท่าเลยครับ