หัวข้อ 3 คิด 3 ทำเนี่ยเป็นหัวข้อที่ผมว่าหลายๆ ท่านน่าจะเคยฟังมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง 3 สร้างซึ่งเป็นหัวใจหลักในการสร้าง center เลยน้องทอมเป็นคนคิดขึ้นมา พอดีครับอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้รับความไว้ใจ 55 จากเพื่อนๆ ให้เป็นคนพูดช่วงเทคนิคเรื่อง 3 คิด 3 ทำ เลยอยากมาแบ่งปันเรื่องนี้ให้หลายๆ ท่านที่อาจจะยังไม่รู้หรือยังสงสัยว่ามันคืออะไรคำว่า 3 คิด 3 ทำ
เพื่อนเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมคนที่ประสบความสำเร็จ พวกเค้าล้วนมีแนวคิดๆ คล้ายๆ กันหมดเลย ถามว่าเค้ามีแนวคิดยังไงถึงสำเร็จได้ สรุปรวมๆ เป็นคำว่า 3 คิดครับ ถ้าเราสามารถคิดได้แบบคนสำเร็จเค้าคิดกัน ผมเชื่อเหลือเกินว่าวันนึงครับถ้าเรายังอยู่ในเส้นทาง aimstar ต้องประสบความสำเร็จแน่นอน
1. คิดแรกคือ Business of your own : ธุรกิจ aimstar นี่คือธุรกิจของเราเอง เริ่มต้นจากตัวเรา ผมเองก็คงบอกได้เต็มปากเลยว่าตอนแรกๆ ที่ผมทำ aimstar ผมไม่เคยคิดว่า aimstar เป็นธุรกิจอะไรของผมเลยเหมือนกับว่า aimstar เป็นแค่งานหลังเลิกงานเพื่อหาตังใช้ไปแต่ละเดือน จนวันนึงครับผมฟังน้องหลินพูดเกี่ยวกับ aimstar ผมรู้สึกทำไม aimstar สำหรับน้องหลินมันช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน เป็นธุรกิจระดับ 1,000 ล้าน เท่ๆ cool cool เหมือนเราเป็นเจ้าของห้างเลยด้วยซ้ำ
ผมเลยลองเปลี่ยนแนวคิดตัวเอง ผมจำได้ผมเคยเปิดร้านเสื้อผ้าที่เมเจอร์ ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับช่วงนี้ฝนตก แต่เชื่อไหมครับไม่ว่าจะฝนตก รถติด หรือป่วย ผมไม่เคยที่จะไม่ไปเปิดร้านที่เมเจอร์ตอนเย็นเลยซักครั้ง ถามว่าทำไม ก็เพราะผมคิดว่านีคือร้านผมอ่ะครับ อะไรจะเกิดขึ้นผมก็ต้องเปิดร้านให้ได้ กลับมาคิดถึงตอนทำ aimstar แล้วทำไมวันไหนฝนตก รถติด หรือเหนื่อยจากงาน แล้วผมรู้สึกไม่อยากไปทำ aimstar หละครับ ไม่ไปช่วยทีมงาน ไม่ออกไปสปอนเซอร์ไปเปิดโอกาสให้ผู้คน ทั้งๆ ที่ก็รู้ aimstar ทำแล้วจะมีรายได้เป็นแสนเป็นล้าน หลังจากคิดได้ครับผมว่าผมทำ aimstar สนุกกว่าเดิมเยอะเลย
2. คิดที่สองคือ Long term business ครับ : การทำ aimstar เป็นการลงทุนระยะยาว แน่นอนครับมีหลายท่านที่สามารถประสบความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันนั้น แต่เชื่อเหลือเกินส่วนใหญ่แล้วเราก็ค่อยๆ ประสบความสำเร็จตามลำดับขั้นสอดคล้องกับที่เราตั้งใจทำ มีเพื่อนๆ หลายท่านเข้ามาทำ aimstar แล้วพอผ่านไป 1-3 เดือนก็เลิกทำ อยากให้เพื่อนคิดงี้ครับว่าธุรกิจ aimstar แน่นอนเป็นธุรกิจที่เราต้องอาศัยจำนวนคน ซึ่งแน่นอนเราอาจจะไม่สร้างได้ใน 1 วัน หรือ 1 เดือน แต่โชคดีสุดๆ ครับเราทยอยสร้างได้ ^_^ สามารถสะสมความสำเร็จไปได้เรื่อยๆ เหมือนการปลูกยางพาราอ่ะครับ ใช้เวลาเกือบ 7 ปีกว่าจะกรีดยางได้ แต่ถ้ากรีดได้แล้วต้นยางพาราสามารถยืนหยัดให้เรากรีดยางไปได้อีกเป็นสิบยี่สิบปี aimstar ก็เช่นเดียวกับวันนึงที่เราสำเร็จ อยากจะใช้เวลาสักนิด แต่สามารถส่งต่อไปได้ชั่วลูกชั่วหลานครับ
3. คิดสุดท้ายคือ Help people to help themselves : พูดง่ายๆ ก็คือการที่เราสามารถพัฒนาองค์กรของเราให้เติบโต โดยเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง วันนี้เราไม่อยู่ ไม่ว่าง ไม่สบาย ทีมเราก็สามารถเดินต่อไปได้ ทุกคนทำเนื้องานได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ วันนี้เราไปสปอนเซอร์เพื่อนได้มา ผ่านไป 2 วันเค้าบอกเค้านัดหมายเพื่อนได้ เราว่าเราตื่นเต้นไหมครับ สุดยอดเลย แล้วเราก็ออกไปทำงานกับเค้า สปอนเซอร์ให้เค้าดู เขียนแผนให้ดู แต่ผ่านไปอีก 3 เดือนเพื่อนคนนั้นอ่ะครับยังต้องให้เราไปสปอนเซอร์ให้เหมือนเดิมอยู่เลย =..= ทะแม่งๆ ไหมครับ แสดงว่าวันนี้ถ้าเราไม่ว่าง ไม่อยู่ เค้าไม่สามารถทำอะไรได้เลย เรากลายเป็นคนที่ใช้ power of me มากกว่า power of network
หากเรามีทีมงานใหม่ๆ แน่นอนเราต้องลงไปสอนงานเค้าและให้เงื่อนไขด้วยว่าเราจะช่วยแค่ 3-5 ครั้งนะ หลังจากนั้นนายทำเองได้แล่ะ จากนั้นจัดคอร์สหรือ group กลุ่มย่อยกับ UL เราเพื่อเพิ่มเติมทักษะทีมงานต่อไปเรื่อยๆ เราเคยสังเกตุองค์ตัวเองป่าวครับว่ามีคนเขียนแผนได้แล้วกี่คน พูดแฟ้มได้แล้วกี่คน มีคนเป็น MC วง After ได้แล้วกี่คน หรือแม้แต่มีคนจัด HM เองได้แล้วกี่คน ถ้าคำตอบมันคือมีแค่เราคนเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าทำไมองค์กรเราถึงไม่โต แต่ก่อนเราอยากให้ทีมงานเราเป็นทีมงานที่ชอบเรียนรู้ แน่นอนเราต้องเข้ามาเรียนรู้ก่อน ถ้าเพื่อนๆ สามารถปลูกฝังแนวคิดนี้ลงไปในองค์กรได้ ผมมั่นใจครับยังไงก็โตแล้วก็เป็นการโตแบบมั่นคงด้วย
ผ่านไปกับ 3 คิดแล้วเป็นไงบ้างครับเพื่อนๆ ^_^ ได้แนวคิดดีๆ ไปปรับเปลี่ยนตัวเองบ้างป่าวครับ ต่อมาเรามาเริ่ม 3 ทำเลย 3 อย่างที่เราควรทำในการทำธุรกิจ aimstar
1. ทำแรก คือ เชื่ออัพไลน์ 55 หลายคนอ่านถึงตรงนี้ต้องบอกว่า ตรูจะไปเชื่อมันทำไม ไอ้เนี่ยเพื่อนเรา ไอ้เนี่ยรุ่นน้องเรา เรารู้จักมันดีไม่เห็นมันจะได้เรื่องอะไรเลย ทำไมเราต้องเชื่อ UL ด้วยโดยเฉพาะ UL ที่สำเร็จและอยู่ในบรรยากาศ พูดง่ายๆ ครับถึงเค้าจะเป็นรุ่นน้องหรือเพื่อนเรา แต่เค้าก็คือคนที่ทำ aimstar ก่อนเรา แน่นอนเลยเค้าต้องเข้าใจ aimstar ได้ดีกว่าเราแน่ๆ รวมถึงมีประสบการณ์สามารถบอกเล่าเรื่องราวหรือให้คำปรึกษาดีๆ ให้เราได้เสมอ
ยกตัวอย่างเพื่อนๆ คนไหนที่ชอบดูหนังจีน เกิดเราเป็นพระเอกอยากเป็นเจ้ายุทธจักรก็คงต้องไปเสาะหาอาจารย์เก่งๆ ให้เค้าถ่ายทอดวิชาให้ เดินไปถึงสำนักจะไปกรอกใบสมัครเลยได้ป่าวครับ ก็คงไม่ได้อาจารย์ก็คงไม่ต้อนรับเราก็นะทนสุดๆ นั่งคุกเข่ารอไปอีก 2 อาทิตย์จนอาจารย์เห็นความพยายามเปิดประตูรับเราเป็นศิษย์ จากนั้นได้ฝึกเลยป่าวครับก็ป่าวอีกอาจารย์บอกให้เราต้องฝึกพื้นฐานไปแบกน้ำ เสียบทรายอีก 3 เดือน เรายอมไหมครับ ก็ยอมอีกทำไมหละครับเพราะเรารู้ว่าถ้าเราทำตามอาจารย์บอกเราจะได้เคล็ดวิชาของอาจารย์มา สามารถเป็นเจ้ายุทธจักรได้ เหมือนกันครับ วันนี้ UL ก็คือครูคนแรกของเพื่อนๆ เลยเค้าอ่ะปรารถนาดีกับเพื่อนๆ อยู่แล้ว ผมเองแรกๆ ก็แกล้งๆ เชื่อครับแต่เพราะครั้งนั้นทำให้ผมมีวันนี้ไงครับ
2. ทำที่สองคือ ใช้สินค้า จริงๆ หลายๆ คนบอกว่ามันง่ายมากๆ ในการใช้สินค้าแต่เชื่อป่าวครับ มีเพื่อนๆ หลายท่านๆ หรือทีมงานผมหลายๆ คน เริ่มแรกเข้ามาทำ aimstar ตื่นเต้นสุดๆ ดู CD เข้างานต่างๆ เพียบเรียกว่าประกาศกัน 3 เดือนแสนยังมี แต่ผ่านไป 1 เดือนเค้าเหล่านั้นไม่รู้หายไปไหน โทรไปก็ไม่รับ ผมเองแรกๆ ก็งงนะ อะไรหว่า แต่ผมมมาสังเกตุได้ว่าคนเหล่านั้นที่หายไปทั้งๆ ที่เค้าดู CD เข้าบรรยากาศ เกิดจากเค้าไม่เคยได้ลองใช้สินค้าแม้แต่อย่างเดียวเลย พูดง่ายๆ เค้าไม่มีความประทับใจอะไรเกี่ยวกับ aimstar เลยก็ว่าได้ นี่แล่ะครับสำคัญ ถามเพื่อนใหม่ว่าแผนดีป่าว บอกตรงๆ เค้าก็ไม่รู้ครับ เค้ายังไม่ได้รับรายได้ทำเดือนแรก แต่สิ่งที่เค้าตอบว่าดีหรือป่าวได้ง่ายๆ ไม่ต้องรอสิ้นเดือนคือสินค้าไงครับ วันนี้หลังจากเราสปอนเซอร์แล้ว เรื่องการติดตามการใช้สินค้าผมว่าสำคัญมากๆ ไม่งั้นคนเหล่านั้นเค้าจะไม่ได้ทำตัวเป็นผลิตผลของผลิตภัณฑ์เหมือนที่คุณหมอบอก สุดท้ายก็ออกจากธุรกิจนี้ไปเพราะแม้แต่สินค้ายังไม่เคยได้ลองใช้เลย
3 ทำสุดท้ายสำคัญมากๆ คือการมาประชุม หลายคนอ่านถึงตรงนี้ร้องกรี๊ดดด 55 ไม่อยากไปเลยงานต่างๆ ต้องถามใจตัวเองครับงานไม่ว่าจะเป็นงาน the winner, VIP OPP, Camp, Center หรือแม้แต่ HM เรามองว่ามันเป็นภาระหรือเครื่องทุ่นแรงครับ ผมก็เคยไม่ชอบการมา center คิดว่าไร้สาระสุดๆ จนวันนึงผมพบว่ามันเป็นเครื่องมือที่สุดยอดเรียกว่าถ้าเราแค่เคลื่อนคนเราผ่านงานต่างๆ ได้ทีมเราก็สามารถเติบโตได้ง่ายๆ เหมือนทำงานแค่ 20 ได้ผล 80 โดยเฉพาะ center ที่เป็นสถานที่ที่เรียกว่าเราจะมาพบป่ะทีมงานหรือกลุ่มเราบ่อยที่สุดบางคนอย่างน้อยๆ 1 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นสถานที่ที่ให้ทั้งแรงบันดาลใจ ความรู้ และการเปลี่ยนแปลงตัวเอง วันนี้ลองถามใจตัวเองดูครับสิ่งที่เรียกว่าที่ประชุมเพื่อนๆ คิดว่าเป็นเครื่องทุ่นแรงหรือภาระ ^_^