เพื่อนๆ เคยรู้สึกเหมือนผมไหมครับว่า จริงๆ เราก็เป็นคนที่พูดเรื่องราวเกี่ยวกับ aimstar ได้ดีคนนึง เวลาไป SP ก็มืออาชีพสุดๆ เรียกว่ามีเพื่อนๆ หรือเพื่อนๆ ทีมงานติดสอยห้อยตามเรามาเข้า center และ House Meeting ก็หลายคน แต่ทำไมพอเวลาผ่านๆ ไป เอ่ะ แล้วคนเหล่านี้เค้าหายไปไหน ทำไมเค้าเลิกไปแล้วหรือบางคนแรกๆ ไฟแรง มาอยากทำเอง ทำไมทำมาสุดท้ายท้อใจ ทนกับคำเสียดสีไม่ได้เลิกไปซะงั้น บางทีชวนคนเข้ามาผ่านไปแค่ไม่ถึงเดือนคนๆ นั้นโทรไปไม่รับซะแล้ว มีใครเป็นคล้ายๆ ผมบ้างไหมครับ ผมว่าต้องมีหละ
ผมเองนะครับเคยนั่งๆ คิดถ้าไม่นับลูกส่วนตัวผม 1 คนที่เป็น Platinum ไปแล้ว ทำไมผมติดตามแล้วทีมงานเรียกว่าหลับไปซะส่วนใหญ่ หลายๆ ครั้งผมมานั่งประมวลผมแล้วผมก็คิดว่าหรือว่าการติดตามผมมีปัญหา เอาจริงๆ นะครับผมเองมีลูกส่วนตัวในธุรกิจนี้นะ 32 คน ขนาดนี้จริงๆ มันน่าจะมีโอกาสไปรูบี้แล้วแน่ๆ แต่กลายเป็นเอ่ะทำไม 32 คนนี้ส่วนใหญ่ถึงไม่ค่อยได้ไปต่อใน aimstar จนฟ้าก็ประทานเทพบุตร ออกจะร่างท่วมหน่อยนึงมาแนะนำผมใน HM ที่สามพรานเป็นเนื้อหากับการติดตามทีมงานและการวางแผนประจำเดือน เรียกว่าผมอ่ะโดนใจสุดๆ เพราะขั้นตอนบางอย่างไม่ใช่ผมไม่รู้นะ แต่มักจะเกิดความเกรงใจ ไม่กล้าไปติดตามเพื่อนๆ หรือให้เงื่อนไข สุดท้ายเพื่อนก็ไม่มาเข้าระบบกัน =..=
ประเด็นสำคัญสำหรับการติดตามคนที่ดูท่าทีจะเป็น star ซะ 1 คน ง่ายๆ เลยครับขั้นแรก หลายคนพลาดไปแล้วคือ
ผมเองกลับผมว่าหลายครั้งๆ ที่ผมมักจะชอบพูดประโยคว่า ค่อยตัดสินใจก่อนก็ได้ครับ จริงๆ ประโยคนี้ไม่ผิดนะครับ แต่สำหรับคนที่คุณคิดว่าเค้าน่าสนใจสุดๆ อยากจะไป focus ต่อ คือคุณปรึกษา UL ว่าคนนี้หละหน่วยก้านดี น่าสนใจมากๆ สิ่งสำคัญคือ นัดต่อให้ไว ให้ไวนี่คือ ไม่ได้หมายถึงผ่านไป 1 อาทิตย์ พึ่งจะโทรกลับไปถามเค้าเป็นไงพี่ CD ok หรือป่าว ว่างๆ มานัดวางแผนงานกันต่อดีไหมครับ กลายเป็นเค้าหายตื่นเต้นเรียบร้อย ไม่ค่อยสนใจ aimstar แล้วซะเท่าไหร่ น้องโอ้บอกถ้าเป็นคนที่น่าสนใจ ควรจะนัดเลยภายใน 1-2 วัน ประเด็นคือ นัดมาทำอะไร =..= นี่แล่ะครับที่หลายคนสงสัย
- นัดออกมาเพื่อเคลียแนวคิด หรือสิ่งที่ค้างใจบางอย่าง
- เพื่อวางเป้าหมาย + สร้างเงื่อนไข
เชื่อเหอะครับว่าเพื่อนใหม่ๆ ของเราทุกคนโดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นลูกในธุรกิจของเราเอง เค้ามักมีข้อสงสัยในใจเสมอๆ ต่อให้นะดู CD หรืออ่านข้อโต้แย้งแล้ว จังหวะที่เรานัดต่อเค้าได้นี่แล่ะครับ ควรจะรีบเคลียร์ความคิดเค้า หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้าเอย แผนธุรกิจเอย เรื่องง่ายที่สุดที่เราสามารถหยิบยกมาคุยกับเค้าได้คือ CD แน่นอนครับถ้าเรานัดต่อเค้าได้หลังจากผ่านไป 2 วัน สิ่งที่เราถามแบบสบายๆ คือเป็นไงบ้าง CD ที่ให้ไป OK หรือป่าว ถ้าเค้าบอกยังไม่ได้ดู บอกไงดีครับ ไม่เป็นไร ไว้นะคืนนี้กลับไปอยากให้นายดูหน่อยนึง รับรองจะเข้าใจเนื้อหาที่เราจะคุยกับนายวันนี้มากขึ้นเลย ส่วนถ้าดูแล้วเป็นไงครับ ประทับใจตรงไหนบ้างและที่สำคัญส่วนสุดท้ายของ CD Opportunity ที่พูดเกี่ยวกับระบบ นายว่าไงบ้าง นี่แล่ะครับสำคัญ สำหรับคนที่ดู CD แล้ว คำว่า “ระบบ” เค้าคิดเป็นไงพอเป็นไปได้หรือป่าว
หลังจากคุยเนื้อหาเกี่ยวกับ CD ผมว่าต่อไปนี้แล่ะครับ สำคัญพอกัน ถ้าเป็นเพื่อนใหม่ที่เราเป็นคนชวนมาเอง เราก็น่าจะลองถามเค้าว่า
- เอาจริงๆ นะแกคิดยังไงกับธุรกิจนี้บ้าง คือเราจะเป็นฝ่ายเหมือนยัดเหยียดความสำเร็จให้เพื่อนอย่างเดียวผมว่าก็ไม่ใช่ น่าจะลองเรียกว่าถามเค้าว่าเค้าเองอ่ะมีมุมมองศักยภาพของตัวเค้าเองสักขนาดไหน สมมุติถ้าเค้าบอกอืมพี่ว่าหลักแสนพี่ต้องทำได้แน่นอน เป็นไงครับคนนี้ โห star สุดๆ
แต่โดยส่วนใหญ่น่าจะบอกอืม แรกๆ นะได้หลักหมื่นก็ดีแล้ว เพื่อนๆ ว่าน่าจะเป็นไปได้ไหมครับว่า เออนะแรกๆ ขอหลักหมื่นไว้ก่อนก็น่าจะพอแล้ว เราถามเค้าไงต่อดีครับ ง่ายมากครับ ถามเค้าว่าเนี่ยเหลือเวลาอีกตั้ง 15 วันกว่าจะสิ้นเดือน เอาจริงๆ เดือนแรกแกคิดว่าอยากมีรายได้สักเท่าไหร่เดือนนี้เพื่อจะได้สามารถไปชวนเพื่อนๆ เดือนหน้าง่ายขึ้น คิดว่าเค้าตอบไงครับ อืม สัก 1000-2000 บาท ก็ดีแล้ว
- อย่าลืมนะครับหน้าที่ของ UL ที่ดีคือ สามารถขยายฝันและให้ความมั่นใจได้ด้วย
เราบอกเลยครับ เอาจริงๆ นะแก เนี่ย 3 เดือน 10,000 บาทเป็นไปได้แน่นอน แต่ที่สำคัญเนี่ยวันนี้วันที่ 15 แล่ะ เรารู้จักใครหลายคนนะที่ทำ 10 วันเค้ามีรายได้ 2,000-3,000 บาทเป็นตำแหน่งที่ชื่อ HB ที่เราเคยเล่าให้แกฟัง เนี่ยเหลือตั้ง 15 วันเราว่านะ ด้วยศักยภาพของแกและประสบการณ์ของเรา เราว่านะเราช่วยแกได้รายได้เกิน 5,000 บาทได้แน่นอน (เนี่ยแล่ะครับสร้างความมั่นใจ) เดี๋ยวเราวางแผนให้แกดู 3 เดือนได้รายได้หลักหมื่นทำไงตั้งเป้าหมายจากหลังมาหน้า เพื่อนคนถาม จริงเหรอว่ะ แกว่าไหวเหรอ เราบอกไงครับ ไหวชัวร์ ทำได้อยู่แล้วแต่มีเงื่อนไขความสำเร็จอยู่เดี๋ยวเล่าให้ฟัง สุดท้ายเรามักจะไม่ค่อยบอกเพื่อน คือ
- ให้เงื่อนไข ในการประสบความสำเร็จ
ผมมั่นใจเลยมีเพื่อนๆ หลายคนไปชวนเพื่อน แล้วพอเราไปติดตามเค้าเราก็เกรงใจเหลือเกิน บอกเพื่อนๆ เออไม่เป็นไร center อ่ะไว้ว่างๆ แล้วค่อยมาก็ได้ แกงานเยอะเข้าใจ บ้านไกลด้วย ไว้สะดวกค่อยมาทำแล้วกัน =..= คิดว่า คุ้นๆ เราหรือป่าวครับ เพื่อนถามต้องมาประชุมป่าว บอกแบบมั่นใจ ไม่เป็นไร ไว้แกค่อยมาก็ได้ กลัวเพื่อนไม่สมัคร กลัวไม่ทำด้วย ผมว่าเนี่ยแล่ะ คิดผิด สุดๆ เอาจริงๆ นะครับคิดว่าชวนแล้วเค้าไม่มาเข้าระบบ เราติดตามยากไหมครับ ยากมากๆ แล้วคิดว่าติดตามยากโอกาสประสบความสำเร็จยากไหมครับ ยากพอกัน สุดท้ายเราเอาเวลาเราไปทำงานกับคนที่ไม่เข้าระบบ ไม่รับเงื่อนไข ยิ่งทำยิ่งเหนื่อย ยิ่งทำยิ่งท้อ กลายเป็น กอดคอกันเลิก !! แล้วเงื่อนไขอะไรเบื้องต้นหละครับที่เพื่อนเราน่าจะต้องรู้
- เหนื่อยมากขึ้น
- ต้องแบ่งเวลามาเรียนรู้ที่ center ทุกสัปดาห์ และงานต่างๆ ของกลุ่ม
- เจอกับเราบ่อยมากขึ้น (นอกรอบ)
- มีเราโทรไปหาบ่อยมากขึ้น
เชื่อเลยครับทุกอย่างที่ว่ามาเบื้องต้นทุกข้อเพื่อนเราน่าจะพอรับได้ยกเว้นข้อ 2 การมา center เพราะอาจจะติดคำว่า ไกล เลิกงานเย็น เหนื่อย ทานข้าวกับทีบ้าน เราเองควรจะอธิบายประโยชน์ของการมา center ให้เพื่อนเราเข้าใจตามรูปครับ

จากนั้นชวนเค้า list รายชื่อเลยครับ อยากจะไปแนะนำ aimstar ให้ใครรู้จักบ้าง เอาง่ายๆ ก่อนอายุระหว่าง 20-40 ปี พอจะมีเวลาว่างช่วง 18.00 – 22.00 น. หรือเป็นคนที่เค้าน่าจะตกใจแล่ะครับถ้ารู้ว่าเรามาทำ aimstar แรกเลยน่าจะมีรายชื่อสัก 20 คนเป็นอย่างน้อย ถามว่าทำไมครับ แน่นอนครับประสิทธิภาพในการนัดหมายก็อยู่กับจำนวนรายชื่อที่มากพอด้วย หลายๆ คนติดประเด็น การนัดหมาย จะนัดไงดี ผมว่าง่ายๆ เลยความจริงใจครับ หลายคนบอกเพื่อนๆ อ้อมๆ จนมาถึงเค้าถึงรู้ว่าเป็น aimstar สำหรับผมนะถ้าเราคิดว่าดีจะกลัวไรครับ บอกไปเลย aimstar ผมกลัวเพื่อนผมจะถาม อ้าวถ้าแกคิดว่าของแกดี ทำไมต้องหลอกมาฟังด้วย =..= จบข่าวเลย
ขั้นตอนต่อไปคือให้เค้าลองนัดหมายให้เราฟัง (ถ้าเป็นไปได้) เพราะว่าเราจะได้ลองฟังประโยคที่เค้าพูดกับเพื่อน และแน่นอนหากเพื่อนไม่รับนัดยังมีเราคอยให้กำลังใจเค้า ^^ สมมุตินัดได้แล้วสัก 5 คน แน่นอนเลยผมว่าช่วงอาทิตย์แรกๆ เนี่ยควรจะนัดให้ได้อย่างน้อยสัก 5 – 10 เคส เพื่อให้เค้าได้ออกไปทำงานกับเราแบบ 2-1 และเราเองได้ AAR พร้อมทั้งสอนทักษะบางอย่างเพิ่มให้กับเค้า อาทิเช่น
น้องโอ้บอกว่าการจะโฟกัสใครสักคน เราต้องให้เวลาอยู่กับเค้าเป็นอาทิตย์หรือสองอาทิตย์จนเรามั่นใจว่าเค้าสามารถออกไปทำงานเองได้แล้ว
- สำคัญมากคือ การลงมือทำตามแผนงานที่วางไว้อย่างเคร่งครัด
เมื่อเราออกไปทำงานกับเค้า จนสุดท้ายสามารถพาเพื่อนใหม่เค้ามา center หรือ hm ได้ เราเองคือหาเวทีผลักดันเค้าขึ้นเวทีหน้าห้อง เพื่อให้เค้าเริ่มมีความมั่นใจ เมื่อเค้ามั่นใจสุดท้ายเค้าก็จะเริ่มเป็นผู้นำคนใหม่ขึ้นมา
- เมื่อเค้าเป็นผู้นำแล้ว เราเองอาจจะไม่ได้ออกไปทำงาน 2-1 กับเค้าแล้ว แต่สามารถโทร AAR หรือนัดประเมินแผนงานตามช่วงระยะเวลาต่างๆ ตามร้านอาหารหรือร้านกาแฟได้
- สุดท้ายเลยที่กล่าวมาทั้งหมดผมว่าคำนี้โดนใจมากๆ ครับ คือ “ความตั้งใจ” ของตัวเราเองในการทำ aimstar
การที่เราติดตามคน 1 คนให้เค้าเริ่มกลายเป็นผู้นำหรือเป็น star ดวงใหม่ใน center สุดท้ายมันอยู่ที่คำว่า ความตั้งใจของเรา ที่อยากจะช่วยหรือเอาใจใส่เค้าขนาดไหน
อยู่ระหว่างจัดทำ